Novel

2009/Dec/27

 ขออภัยที่มาอัพช้าคะทุกท่าน ตอนนี้ตี้ก็ยังคงต่อสู้กับศึกสิงห์เหนือเสือใต้วิทยานิพนธ์ต่อไปค่า

Original Novel : FATE ปฐมเพลา/2

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

 

**** ลิขสิทธิ์ของนิยายชิ้นนี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****

+++++++ ขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นต์คะ ยินดีรับคอมเม้นต์เสมออ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจ...แวะอ่านเฉยๆ ทักทายกันก็ได้นะคะ แต่ท่านที่จะเล่นสแปมโดยการก๊อปนิยายมาตอบเป็นคอมเม้นต์นี่.....(โดนไปสองอัน) รบกวนเกรงใจด้วยคะ....++++++ 

 

 ภายในพระราชวังแห่งน้ำ ทุกคนแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกต่อการสูญเสียราชาของตนไป พอจ้าวแห่งลมเสด็จฯ เข้าไป ทุกคนก็แสดงการคารวะ พร้อมกับนางกำนัลที่นำทางพระองค์ไปยังห้องของเจ้าหญิงที่อยู่แยกออกไปอีกส่วนหนึ่งของวัง

 

"เสด็จพี่อัลแตร์" เสียงร้องเรียกอย่างตกใจระคนดีใจดังขึ้น ร่างของเจ้าหญิงองค์น้อยเสด็จลุกขึ้นจากแท่นบรรทม พร้อมกับการถวายความเคารพอย่างแช่มช้อย

 

"เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า น้องหญิง พักตร์ของน้องซีดเซียวมากเลยนะ" น้ำเสียงบอกความห่วงใยเมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าหญิงองค์น้อยมีแต่ร่องรอยของคราบน้ำตา ดวงเนตรที่เคยสดใสบัดนี้กลับหม่นหมอง แดงก่ำทำให้ทราบว่าทรงกรรแสงมาตลอด

 

"เจ้าหญิงไม่ทรงเสวยอะไรมา 2 วันแล้วเพคะ" เสียงจากนางกำนัลคนสนิทกล่าวขึ้น

 

"ก็หญิงทานไม่ลงนี่ ซาร่า" เจ้าหญิงคารินาตรัสสั้น ๆ 

 

"น้องหญิงไม่ทานอะไรอย่างนี้ไม่ดีเลยนะ ถ้าน้องหญิงล้มเจ็บไปอีกคนจะทำเช่นไร เอาล่ะ  ซาร่า เอาอาหารมาสิ ถ้าไม่กินอีกคราวนี้ พี่จะไปบอก รอสส์แล้วนะ"

 

"อย่านะเพคะ หญิงไม่ต้องการให้เสด็จพี่รอสส์ เป็นห่วง"

 

"งั้นก็ทานเสียสิ" น้ำเสียงบอกอ่อนโยน พระองค์เองก็ทรงเอ็นดูเจ้าหญิงคารินาดุจดังขนิษฐาแท้ ๆ มิใช่แบบคู่รัก คนที่พระองค์รักจริง ๆ แล้วก็คือเชษฐาของเจ้าหญิงองค์น้อยต่างหาก แต่ก็ทรงทราบว่าความฝันของพระองค์คงไม่มีวันเป็นจริง 

 

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นจากบริเวณท้องพระโรง พร้อมกับเสียงวิ่งของเหล่าทหารและขุนศึก จ้าวแห่งลมรีบเสด็จฯ ออกจากห้องอย่างรวดเร็ว และทรงกำชับนางกำนัลไว้ว่าให้คอยดูแลเจ้าหญิงคารินาและอย่าให้ออกไปจากห้อง

 

 

  ที่ท้องพระโรง บัดนี้ดูสับสนวุ่นวาย ซึ่งดูเหมือนว่าสาเหตุของความวุ่นวายนั้นจะประทับเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารที่กำลังล้อมคุมเชิงเอาไว้ บุรุษฉกรรจ์ 2 คน ผู้มีร่างกายดุจนักรบแต่งกายอย่างกษัตริย์ ต่างกันตรงที่ ผู้หนึ่งมีเนตรสีม่วงและเกศาสีดำ ดูเป็นคนใจเย็นและแข็งกร้าว และอีกผู้หนึ่งมีเนตรสีแดงดุจเพลิง และเกศาสีน้ำตาล ดูร้อนแรงราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งที่เข้าใกล้ ทุกคนในท้องพระโรงต่างก็รู้จักทั้งสองผู้บุกรุกนี้เป็นอย่างดี.... บาร์นาร์ด จ้าวแห่งดิน และ ลาไคน์ จ้าวแห่งไฟ!!!  

 

แต่แล้วความอึกทึกนั้นก็ต้องเงียบลงจากดำรัสของราชาหนุ่มเรซัค

 

"ข้าว่า ข้ามิได้ส่งราชสาสน์ไปเชิญท่านทั้งสองไม่ใช่หรือ" เรซัคตรัสด้วยสุรเสียงเรียบ ๆ 

 

"เจ้าเป็นใคร" ลาไคน์ตรัสถามอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนักต่อบุรุษรูปงามปากกล้าผู้นี้

 

"ข้าคือ เรซัค จ้าวแห่งน้ำองค์ใหม่ต่อจากเสด็จปู่ ซึ่งถูกเจ้าปลงพระชนม์ไงละ" เสียงไพเราะเริ่มเพิ่มความเคร่งเครียดขึ้นอีก 

 

"เจ้าน่ะหรือ จ้าวองค์ใหม่แห่งอาณาจักรใต้สมุทรนี้ ดูท่าข้าจะได้ยินข่าวลือมาไม่ผิดนะ ที่ว่าจ้าวองค์ใหม่ของที่นี่ รูปงามราวอิสตรี แต่ก็ไม่นึกว่าจะบอบบางเช่นนี้ ฮึฮึ" เสียงหัวเราะแบบเหยียดหยามจากจ้าวแห่งไฟ ทำให้เลือดขัตติยะของเรซัคประดุจถูกคมมีดกรีดเฉือน และด้วยความแค้นที่สะสมมาแต่เก่าก่อนทำให้พระองค์ทรงตะโกนออกไปอย่างไร้ความกลัวเกรง

 

 

"เจ้าคนไร้มารยาท ข้ามิได้เชิญเจ้ามายังงานนี้ เจ้าเป็นคนสังหารเสด็จปู่ ก็เท่ากับเป็นศัตรูของอาณาจักรแห่งน้ำของเรา เจ้าทั้งสองจงกลับไปซะ หรือจะให้ข้าต้องใช้กำลัง" สุรเสียงบอกเกรี้ยวกราด

 

"ฮ่า ๆ ๆ เจ้าขู่ข้าหรือ ราชาน้อย ถ้าคิดจะสู้กับข้าและบาร์นาร์ดต่อให้เอาคนของเจ้าทั้งอาณาจักรมาก็สู้ข้าไม่ได้หรอก" น้ำเสียงบอกความเหยียดหยันเต็มที่

 

"งั้นก็ลองดูไหมละ" เรซัคโกรธจนไม่คิดถึงอะไรอีก แต่อาการนั้นก็หยุดลงด้วยเสียงร้องห้ามจากจ้าวแห่งลม อัลแตร์ ซึ่งมาถึงท้องพระโรงพอดี

 

"หยุดก่อนเถอะ รอสส์ มันไม่คุ้มค่าเลยนะที่เจ้าจะทำเช่นนี้"

 

"แต่...." เรซัคพยายามปฏิเสธ 

 

"เอาเถอะ ยังไงวันนี้พวกข้าก็มิได้มาเพื่อจะหาเหตุอะไรกับพวกเจ้าอยู่แล้ว พอเถอะนะ ลาค" บาร์นาร์ดจ้าวแห่งดินตรัสสำทับ

 

"ก็ได้  ถือว่าเห็นแก่บัสก็แล้วกัน แต่หากเจ้ายังกล่าววาจาสามหาวกับข้าอีกเช่นนี้ละก็...ข้าจะฉีกร่างของเจ้าออกเป็น  ชิ้น ๆ จำไว้เรซัค  และที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อประกาศให้ทุกคนได้ทราบว่า ตอนนี้ อาณาจักรแห่งน้ำอยู่ในฐานะพ่ายต่อสงครามต่ออาณาจักรของข้า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้อาณาจักรนี้ย่อมอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า   ดังนั้นจึงไม่ผิดที่ข้ามายืนอยู่ ณ ที่นี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครร่างราชสาสน์ไปให้หรอก" จ้าวแห่งไฟตรัสด้วยสุรเสียงอันดังอย่างผู้มีชัย

 

"ข้าไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้น" เรซัคโต้กลับมาอย่างเดือดดาล พักตร์อันงามงดของพระองค์บัดนี้กลายเป็นสีแดงไปด้วยแรงพิโรธ

 

"ถึงอย่างไร เจ้าก็ปฏิเสธความจริงไปมิได้หรอก เรซัค อาณาจักรของเจ้าพ่ายสงครามต่ออาณาจักรของลาคจริง" บาร์นาร์ดตรัสขึ้นเพื่อเน้นย้ำให้อีกฝ่ายสำนึกในฐานะของตน

 

"ดังนั้น ตอนนี้เจ้าเองก็อยู่ในฐานะเชลยของข้าเท่านั้น" ดำรัสแข็งกร้าวจากราชาแห่งไฟ

 

"แต่ถ้าเจ้าอยากได้อาณาจักรของเจ้าคืนละก็ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าสักครั้งก็ได้ ในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้จะมีงานฉลองในปีอธิกสุรทินที่พวกเราจ้าวแห่งธาตุทั้ง 4 จะได้มาพบกัน 4 ปีต่อครั้ง โดยที่ผู้ที่ชนะการประลองจากพวกเราจะเลือกเอาสิ่งใดก็ได้เป็นรางวัล หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าก็จะคืนอิสรภาพให้แก่อาณาจักรของเจ้า ถ้าเจ้าเอาชนะข้าได้ละก็นะ" ลาไคน์ตรัสขึ้นอย่างขัน ๆ  

 

"ตกลง"  เสียงบอกอย่างเข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยหวังจากเรซัค

 

"แล้วข้าจะรอนะ....รอที่จะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ อย่างใจจดจ่อเชียวละ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่า เจ้าที่มีรูปร่างบอบบางและปากกล้าเช่นนี้เวลาที่ร่างอาบไปด้วยเลือดก้มหัวขอร้องข้าจะสวยงามเพียงไร" สุรเสียงเหี้ยมเกรียมจากผู้ที่ฝักใฝ่ในสงครามและเลือดเช่นจ้าวแห่งไฟ

 

"เจ้า!! คอยดูก็แล้วกัน" เสียงบอกอย่างเคียดแค้นเดือดดาลจากราชาหนุ่มเรซัค

 

"แล้วข้าจะรอนะ ราชาเชลยแห่งอาณาจักรน้ำ ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! ไปกันเถอะ บัส วันนี้ข้าหมดธุระกับอาณาจักรเชลยนี้แล้ว" พร้อมกับการจากไปของจ้าวแห่งไฟและดิน คงเหลือเพียงแต่ความแค้นที่หาที่สิ้นสุดมิได้ในพระทัยของเรซัค

 

 

"เจ้าจะสู้กับ ลาไคน์ จริง ๆ หรือ รอสส์" ดำรัสถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงจากอัลแตร์ 

 

"แน่นอน อัล และต่อให้ข้าต้องสิ้นชีพ ข้าก็ไม่มีวันยอมให้มันมาดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้" เรียวโอษฐ์งามสั่นไหว

 

"รอสส์ ใช่ว่าเจ้าจะไม่รู้กิตติศัพท์ทางด้านฝีมือของลาไคน์นะ ไม่ว่าเจ้าหรือข้าในขณะนี้ก็มิอาจเอาชนะเขาได้หรอก" อัลแตร์ตรัสเตือน

 

"คราวนี้ต่อให้เป็นเจ้าก็ห้ามข้าไม่ได้หรอก อัล ครั้งนี้มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาณาจักรของข้าโดยตรง ดังนั้น อย่ามาห้ามข้าอีก" น้ำเสียงบอกการตัดสินพระทัยอย่างแน่วแน่จาก เรซัค ทำให้อัลแตร์ถึงกับอึ้งไป เพราะพระองค์ทรงรู้ดีว่าหากเรซัคต่อสู้กับจ้าวแห่งไฟผู้ที่ได้ชื่อว่าเชี่ยวชาญในการรบและโหดร้ายที่สุดในบรรดาจ้าวแห่งธาตุทั้ง 4 จริง ๆ ละก็ บุคคลที่จะเป็นฝ่ายพ่ายคงจะต้องเป็น เรซัคอย่างแน่นอน เพราะในขณะนี้แม้แต่พระองค์เองก็ยังทรงสามารถเอาชนะยุวราชาแห่งน้ำได้ เสียงถอนพระทัยเฮือกใหญ่จากจ้าวแห่งลมดังขึ้นพร้อมๆ  กับดำรัสถามของเรซัค

 

"ระหว่าง 1 เดือนนี้เจ้าจะช่วยสอนเรื่องการต่อสู้ให้ข้าได้หรือไม่ อัล" น้ำเสียงไพเราะบ่งบอกถึงการการขอร้อง

 

"ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ต้องการให้เจ้าสู้กับลาไคน์จริงๆ นะ รอสส์" สุรเสียงของจ้าวแห่งลมเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เพียงแต่ผู้ใดบ้างจะทราบว่าพระทัยของพระองค์ตอนนี้ปานจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อทราบว่าคนที่พระองค์รักอาจจะต้องพบกับจุดจบที่น่าสังเวชที่สุด

 

"ข้าบอกเจ้าแล้วไง อัล ว่าอย่าคิดจะห้ามข้าอีกเลย ตกลงว่าเจ้าเต็มใจที่จะช่วยข้าหรือเปล่า ?"เรซัคตรัสถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เริ่มไม่ค่อยพอพระทัย

 

"ตกลง" คำตอบจากจ้าวแห่งลมที่พระองค์กลั้นพระทัยฝืนตอบออกมาด้วยสุรเสียงที่ธรรมดาที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นพิรุธ

 

===== สิ้นสุด ปฐมเพลา =====  

edit @ 27 Dec 2009 03:46:37 by Arthy



Free chat widget @ ShoutMix