2009/Dec/13

ประกาศล่าสุด (13 ธ.ค. 2009) เนื่องจาก Geocities ประกาศปิดตัวไปแล้วอย่างน่าตกใจ  ลิงค์ทั้งหมดของ FATE จึงหายไปหมดในพริบตา ส่วนที่อยู่ใน Geocities ตี้จะก๊อปปี้มาลงในนี้ทีละนิดค่ะ (ตอนนี้เขียนทีซิสอยู่อาจจะไม่ค่อยมีเวลาแต่จะพยายามมาโพสต์เรื่อยๆ ทุกอาทิตย์ค่ะ)

 EDIT: ครั้งที่แล้วเอามาลงแล้วบลอกผิดรูปไปเยอะ เลยเปลี่ยนเป็น Draft ไปตอนนี้เอามาแก้ไขใหม่ค่ะ ขออภัยที่มาช้า ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามอยู่เสมอค่ะ

  

Original Novel : FATE ปฐมเพลา

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

 

**** ลิขสิทธิ์ของนิยายชิ้นนี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****

+++++++ ขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นต์คะ ยินดีรับคอมเม้นต์เสมออ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจ...แวะอ่านเฉยๆ ทักทายกันก็ได้นะคะ แต่ท่านที่จะเล่นสแปมโดยการก๊อปนิยายมาตอบเป็นคอมเม้นต์นี่.....(โดนไปสองอัน) รบกวนเกรงใจด้วยคะ....++++++ 

 

เปรี้ยงงง..ครืนนนน

 

เสียงกัมปนาทจากอสุนีบาตที่ฟาดผ่าอากาศลงมายังพื้นเบื้องล่างดังไปทั่วทั้งบริเวณ แสงแปลบปลาบสีแดงราวกับอสรพิษทำให้ยามราตรีที่ไร้แสง  จันทราเช่นนี้สว่างขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง ท้องนภาและสายลมดูปั่นป่วนไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเมื่อไรจึงจะสงบ มหาสมุทรสีมรกตในยามกลางวัน บัดนี้กลับกลายเป็นความมืดดำของม่านน้ำในยามค่ำคืนพร้อมกับคลื่นที่ถาโถมเข้ามาอย่างน่าหวาดหวั่น ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ ลึกลงไปภายใต้มหาสมุทร ราชวังสีน้ำเงินเข้มงดงามปรากฎเด่นอยู่อย่างไม่เกรงกลัวต่อคลื่นลมที่ผันผวนอยู่เบื้องบน แต่สิ่งที่ดูผิดวิสัยไปจากทุกทีมีเพียงความเงียบเหงาไร้สรรพสำเนียงของราษฎรใต้ท้องสมุทรที่เคยใช้ชีวิตอย่างพลุกพล่านภายนอกราชวัง

 

ในท้องพระโรงวุ่นวายต่างจากภายนอก กลุ่มขุนนางและทหารมีสีหน้าเคร่งเครียดและยืนปรึกษากันเป็นกลุ่มๆ  ลึกเข้าไปภายในปราสาท บุรุษหนุ่มผู้มีพักตร์งดงามอ่อนเยาว์และรูปร่างดุจดั่งอิสตรีทรงฉลองพระองค์อย่างกษัตริย์ เกศาสีฟ้าอ่อนยาวเหยียดตรงสลวยแลดูอ่อนนุ่ม แต่เนตรสีน้ำเงินงามคู่นั้นกลับหม่นหมอง แววเนตรบ่งบอกถึงความกลัดกลุ้มอย่างหนัก พักตร์ก็ซีดเผือดไร้สีเลือด ริมโอษฐ์อันอิ่มเอิบกัดนิ้วไว้แน่น เขายืนอยู่หน้าประตูห้องบานใหญ่ที่ตกแต่งไว้อย่างวิจิตรราวกับรอคอยบางสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้น ใกล้กันนั้นร่างของดรุณีน้อยผู้งามงดนางหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เขา หยาดน้ำใสไหลออกจากเนตรสีฟ้าของเธออยู่ตลอดเวลา

 

"เสด็จปู่ จะทรงเป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ เสด็จพี่รอสส์" เสียงที่ลอดออกมาจากโอษฐ์ที่ซีดจนเหมือนปราศจากสีโลหิตนั้นสั่นและแผ่วเบาทำให้บุรุษหนุ่มหันมาตบไหล่และกอดอย่างปลอบใจ 

 

"พี่เชื่อว่าเสด็จปู่ จะต้องทรงปลอดภัย น้องหญิงคารินาอย่ากังวลไปเลยนะ" สุรเสียงที่ตอบนั้นพยายามทำให้ดูเข้มแข็งขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะร่ำไห้จนหมดแรง

 

"พี่ว่าน้องหญิงไปพักก่อนดีหรือไม่ ดูพักตร์ของน้องซีดเซียวเหลือเกิน" ท้ายของเสียงนั้นบ่งบอกถึงความอ่อนโยนห่วงใย แต่อีกฝ่ายกับส่ายหน้าและยืนยันที่จะเฝ้ารอต่อไป 

 

พลันประตูบานใหญ่ก็เปิดออก ปรากฏร่างของชายสูงอายุผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้อง เจ้าชายหนุ่มกราดเข้าหาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยถามอย่างละล่ำละลักว่า 

 

"เสด็จปู่ ทรงเป็นเช่นไรบ้าง ท่านหมอหลวง" ชายชราผู้นั้นส่ายหน้า 

 

"กระหม่อมพยายามรักษาท่านจ้าวอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ท่านถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญ กระหม่อมคาดว่าคงไม่เกิน....คืนนี้" คำกราบทูลสุดท้ายราวกับหายเข้าไปในลำคอของชายผู้ถูกเรียกว่าหมอหลวง แต่ก็คล้ายกับเสียงสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมากลางใจผู้ที่กำลังคอยฟังอยู่ และแล้วร่างผอมบางของดรุณีน้อยนางนั้นก็ล้มลง โชคยังดีที่เจ้าชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สามารถประคองนางเอาไว้ในอ้อมอกได้ทัน จึงรับสั่งให้นางกำนัลพานางกลับไปที่ห้องก่อน

 

"ไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยเสด็จปู่ได้เลยหรือ ท่านหมอ" เจ้าชายหนุ่มถามขึ้น หมอหลวงส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง 

 

" พระอาญามิพ้นเกล้าฯ  กระหม่อมไม่เห็นทางอื่นเลยพะยะค่ะ  และท่านจ้าวรับสั่งว่าต้องการพบพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย เชิญพระองค์เสด็จ ฯ เถิดพะยะค่ะ"

 

ทั้งสองดำเนินผ่านประตูบานนั้นเข้าไปในห้อง ภายในตกแต่งไว้ด้วยเพชรนิลจินดามากมาย บนแท่นบรรทมใหญ่ใจกลางห้องนั้นมีร่างของชายสูงอายุผู้หนึ่งนอนหายใจรวยระริน ห้อมล้อมด้วยเหล่าขุนนางอำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่ที่เข้ามาก่อนหน้าพระองค์เพียงเล็กน้อย บนอังสา ซ้ายนั้นมีผ้าพันแผลเอาไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งบัดนี้ ผ้าพันแผลสีขาวกลับเปียกชุ่มเป็นสีแดงสดไปด้วยโลหิตของราชาเฒ่าจ้าวแห่งปราสาทใต้มหาสมุทร

 

"ทรงเป็นเช่นไรบ้างพะยะค่ะ เสด็จปู่" เจ้าชายหนุ่มตรัสถามขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีที่เข้ามาถึง

 

"เรซัค" ราชาเฒ่าตรัสเรียกนามของเขาอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็กระอักโลหิตสด ๆ ออกมา 

 

"เสด็จปู่...หลานคิดว่า เสด็จปู่ควรจะทรงพักผ่อนนะพะยะค่ะ" เจ้าชายทรงร้องอย่างเป็นห่วง ทว่าราชาเฒ่าทรงค่อย ๆ พยุงกายขึ้นจากการช่วยเหลือของหมอหลวงและตรัสอย่างช้า ๆ 

 

"ปู่คิดว่าหากปู่ไม่พูดกับเจ้าและทุก ๆ คนตอนนี้ ปู่คงจะไม่ได้พูดกับพวกเจ้าอีกแล้ว จริงซิแล้วนี่ คารินา ไปไหนเสียเล่า ?”

 

"หลานเห็นว่าน้องหญิงเหนื่อยเกินไปจึงให้ไปพักผ่อนแล้วพะยะค่ะ" เจ้าชายหนุ่มตรัสตอบสั้น ๆ 

 

"เอาเถอะ เจ้าต้องดูแลนางให้ดีนะ นางยังอายุน้อยยิ่งนัก ส่วนเรื่องคู่ครองนั้นคงไม่ต้องเป็นห่วงเพราะว่า ปู่ได้หมั้นนางไว้กับอัลแตร์ จ้าวแห่งลม เรียบร้อยแล้ว" ราชาเฒ่าตรัส

 

"หลานสัญญา พะยะค่ะ"

 

"พวกเจ้าทุกคนจงฟัง" สุรเสียงมีอำนาจจากราชาเฒ่าดังขึ้นอีกครั้ง

 

"นับจากนี้ไปราชาของพวกเจ้าคือ เรซัค หลานของข้าคนนี้ ขอให้พวกเจ้าจงรักภักดีกับเขาเช่นเดียวกับที่ให้ความจงรักภักดีกับข้า" สิ้นสุรเสียง เหล่าขุนนางอำมาตย์ทั้งมวลก็กล่าวรับขึ้นพร้อมกัน

 

"เอาละ เรซัค ปู่มีเรื่องที่อยากจะบอกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม ถึงแม้เจ้าอาจจะยังหนุ่มเกินไป แต่ข้าคิดว่า อัลแตร์ จ้าวแห่งลมคงช่วยแนะนำเจ้าได้ และจำไว้ จงระวัง!! ลาไคน์  จ้าวแห่งไฟ และ บาร์นาร์ด จ้าวแห่งดินให้ดี  พวกมันยังต้องการแผ่นดินของเราอยู่ จำไว้ จำไว้....." พร้อมกับเสียงที่หายไปในศอของราชาเฒ่า

 

"เสด็จปู่..." เสียงตะโกนอย่างโศกเศร้าของเจ้าชายหนุ่มพร้อมกับหยาดน้ำใส ๆ ที่ไหลออกมาจากดวงเนตรสีน้ำเงิน เป็นสัญญาณแห่งการจากไปของราชาเฒ่า และ การขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์องค์ใหม่แห่งอาณาจักรน้ำ 

 

 พิธีศพถูกจัดขึ้นภายใต้มหาสมุทร แขกเหรื่อจากทุกสารทิศถูกเชิญมาในงานนี้ รวมทั้ง อัลแตร์ จ้าวแห่งลม ราชาของอาณาจักรบนท้องนภาที่มีฐานะเป็นพันธมิตรอันแน่นแฟ้นกับอาณาจักรแห่งน้ำ คงเว้นเสียแต่ ลาไคน์ จ้าวแห่งไฟ และบาร์นาร์ด จ้าวแห่งดิน เท่านั้นที่มิได้รับเชิญมาในงานนี้ เนื่องจากเมื่อหลายพันปีก่อน เกิดเหตุขัดใจกันระหว่างจ้าวแห่งธาตุทั้ง 4 ทำให้เกิดการแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ ธาตุน้ำและธาตุลม ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคือ ธาตุไฟและธาตุดิน จึงเกิดสงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายเรื่อยมา จนกระทั่งเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเจ้าชายเรซัคกับเจ้าหญิงคารินาต้องสิ้นพระชนม์ในสนามรบหลังจากที่เจ้าหญิงคารินาประสูติได้เพียง 2 เดือน และสงครามครั้งล่าสุดที่จ้าวแห่งไฟยกทัพมาก็เป็นเหตุให้เสด็จปู่ของพวกเขาต้องศาสตราวุธจนสวรรคตเช่นเดียวกัน ความแค้นภายในใจของ    เรซัคซึ่งถูกเก็บไว้อย่างเงียบๆ เริ่มจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งประดุจถ่านไฟที่ถูกราดด้วยน้ำมัน

 

"เจ้าไม่เป็นไรใช่มั้ย รอสส์" สุรเสียงถามอ่อนโยน มาจากบุรุษหนุ่มร่างสูงโปร่ง เกศาสีทอง ดวงเนตรสีเขียวของเขาขับให้ใบหน้านั้นเด่นขึ้นอีก 

 

"ข้าไม่เป็นไรหรอก เจ้าอย่าห่วงเลย ว่าแต่เจ้ามานี่ได้เจอกับคารินาหรือยัง อัล" เรซัคย้อนถาม

 

"ยังเลย พอข้าทราบข่าวว่า เสด็จปู่ของเจ้าสวรรคตก็รีบมาทันที จึงไม่ทันได้ไปหานาง" อัลแตร์ตรัสเรียบ ๆ

 

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปหานางเถอะ น้องหญิงน่าสงสารมาก ตั้งแต่เล็กมานางก็มีเพียงเสด็จปู่เพียงพระองค์เดียวที่คอยดูแล"

 

"ตกลง ว่าแต่เจ้าล่ะ ไม่เป็นไรแน่หรือ" อัลแตร์ตรัสถามอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงสุดพระทัย เพราะจริง ๆ แล้วตอนที่ทรงทราบข่าว พระองค์มิได้รู้สึกเป็นห่วงเจ้าหญิงคารินาผู้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของพระองค์เลยแม้แต่น้อย หากแต่คนที่ทรงเป็นห่วงเป็นใยมากที่สุดก็คือ บุรุษหนุ่มผู้มีใบหน้าราวกับอิสตรีผู้นี้ต่างหาก และเป็นสาเหตุให้พระองค์ต้องทิ้งราชกิจทั้งหมดมาอย่างเร่งด่วน

 

"ข้าบอกแล้วว่า ข้าไม่เป็นไรไม่ต้องเป็นห่วง ฝากน้องหญิงคารินาด้วยนะ เพราะข้าคงยุ่งกับงานทางนี้ไม่มีเวลาไปดูแลนาง คนที่ข้าคิดว่าพอจะพึ่งได้ก็มีแต่เจ้าเท่านั้น" ราชาหนุ่มตรัสสั้น ๆ พร้อมกับเดินออกไปควบคุมงานต่อ ปล่อยให้จ้าวแห่งลมเฝ้ามองตามไปด้วยดวงเนตรอ้างว้าง

edit @ 27 Dec 2009 03:37:55 by Arthy

Comment

Comment:

Tweet


คุณตี้ยังเข้ามาดูอยู่รึเปล่าค้า
ถ้ายังเห็นอยู่
รบกวนเมลล์มาที่
shoppyholy@gmail.com ทีค่า
:)
เรื่อง Fate ค่า
#3 by romsai (121.98.135.199|121.98.135.199) At 2015-03-01 13:45,
aka ซัง

ขอบพระคุณมากค่ะที่ติดตามผลงานดึกดำบรรพ์ชิ้นนี้ sad smile ปฐมเพลาครั้งที่แล้ว ตอนเอามาลงรู้สึกว่าตอนอัพ server มีปัญหาเลยลงไม่หมดค่ะ ตอนนี้อีดิทอีกครั้งแล้ว เชิญติดตามได้ค่ะ big smile
#2 by Arthy At 2009-12-27 03:39,
ตามหาเรื่องนี้มานานมากเลยอ่ะ
อยากอ่านจังค่ะ
ช่วยเอามาลงทีนะค่ะ
ว่าแต่ปฐมบทนี่ลงครบยังอ่ะค่ะ
ทำไมมันดูแปลกๆ
จะรอติดตามนะค่ะconfused smile
#1 by aka (58.8.181.115) At 2009-12-21 22:12,

Free chat widget @ ShoutMix