2007/Sep/20

Original Novel : Capella ตอนที่10

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

 

**** ลิขสิทธิ์ของนิยายชิ้นนี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****

+++++++ ขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นต์คะ ยินดีรับคอมเม้นต์เสมออ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจ...แวะอ่านเฉยๆ ทักทายกันก็ได้นะคะ แต่ท่านที่จะเล่นสแปมโดยการก๊อปนิยายมาตอบเป็นคอมเม้นต์นี่.....(โดนไปสองอัน) รบกวนเกรงใจด้วยคะ....+++++++

 

อ่านตอนที่9ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070918/novel-capella-9

อ่านตอนที่8 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070916/novel-capella-8

อ่านตอนที่7 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070913/novel-capella-7

อ่านตอนที่6 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070912/novel-capella-6

อ่านตอนที่5 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070912/novel-capella-5

อ่านตอนที่4 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070911/novel-capella-4

อ่านตอนที่3 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20051031/novel-capella-3

อ่านตอนที่2 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20051003/novel-capella-2

อ่านตอนที่ 1ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20050902/capella-1

 


 

ในขณะที่ผู้ถูกประกาศชื่อเมื่อครู่ดำเนินออกไปนอกราชรถก่อน เสียงแซ่ซ้องกึกก้องของประชาชนที่มารอรับดังไปทั่วบริเวณ ประตูราชรถถูกปิดลง ขณะนี้ภายในราชรถนั้นเหลือเพียงฝ่ายวาณิชหนุ่มแห่งคาเซียเท่านั้น เนื้อความของประกาศนั้นทำให้ฝ่ายผู้ติดตามทั้งหกของเดเลียสนั้นตกตะลึงอยู่ไม่น้อยถึงตัวตนที่แท้จริงของนักพรตรูปงามแห่งพรีเทีย ในขณะที่ผู้เป็นนายนั้นกลับนั่งนิ่ง มุมฝีปากเหยียดยิ้มออกมาครู่หนึ่งเพราะการคาดการณ์ของตนถึงฐานะของอีกฝ่ายนั้นหาได้คลาดเคลื่อนไปไม่ หากแต่อีกฝ่ายกลับคาดถึงสถานะของตนคาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไป

 

 

"นักพรตหนุ่มนั่นเป็นรัชทายาทที่สามแห่งพรีเทียงั้นหรือ" เสียงบ่งบอกถึงความแปลกใจระคนตกใจของวาลแฝดผู้น้องหนึ่งในผู้ติดตามทั้งหก

  

"เชิงดาบและฝีมือธนูขององครักษ์หนุ่มนั่นถึงสูงส่งนัก การประมือกันเมื่อราตรีนั้นก็เป็นเครื่องยืนยันได้ดี" ไนท์ ผู้เคยประมือกับองครักษ์หนุ่มเอ่ยขึ้น

 

 "จะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับท่านเดเลียส หากเป็นเช่นนี้เท่ากับพวกเราต้องเข้าไปในราชวังของพรีเทีย" ไลท์ ชายหนุ่มผู้มีอาวุโสรองเป็นอันดับสองจากไนท์ ผู้มีฐานะเป็นหัวหน้าของกลุ่มผู้ติดตามถามขึ้น

 

 "สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งตอนนี้คือต้องรักษายาลาสก่อน อย่างอื่นไว้ค่อยตัดสินใจกันอีกที หากแต่อย่าลืมสิ่งที่ข้าเคยสั่งไว้ เข้าใจนะ" เดเลียสย้ำถึงข้อห้ามที่ตนเคยกล่าวไว้เมื่อราตรีก่อน และข้อตกลงก่อนเดินทางกับผู้ติดตามทุกคน

 

"ขอรับ" เสียงรับคำจากผู้ติดตามทั้งหก ก่อนที่ประตูของราชรถจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เนตรสีนิลคมกล้าของมาเทสจ้องเข้ามาภายในราวกับจะสำรวจสภาพการณ์ของอีกฝ่ายหลังรับทราบสถานะที่แท้จริงของนายตนก่อนเอ่ยขึ้น

 

"แนะนำตัวอีกครั้ง ข้าคือ องครักษ์ประจำพระองค์ของรัชทายาทที่สามแห่งพรีเทีย มาเทส จากนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องไปเข้าเฝ้าฯ รายงานตัวต่อกษัตริย์แห่งพรีเทียในท้องพระโรงกับข้า" คำพูดของมาเทสทำให้ผู้ติดตามทั้งหกเพิ่มความวิตกกังวลขึ้นมาไม่น้อย หากแต่เดเลียส วาณิชหนุ่มกลับตอบกลับไปอย่างเยือกเย็นซึ่งแม้ฝ่ายองครักษ์หนุ่มก็คาดไม่ถึง

 

"ตกลง รบกวนท่านราชองครักษ์นำทางด้วย" เนตรสีไพลินเข้มฉายแววคมกล้า หาได้มีแววแห่งการตระหนกตกใจหรือหวาดกลัวแต่อย่างใดไม่ เมื่อเห็นปฏิกิริยาเช่นนี้แล้ว ผู้ที่รู้สึกหวาดกลัวนั้นกลับเป็นฝ่ายราชองครักษ์หนุ่มแห่งพรีเทียเอง หากการคาดการณ์ของท่านคาเพลเป็นจริงแล้ว การกระทำนี้ไม่เท่ากับเป็นการชักศึกเข้าบ้านงั้นหรือ

 

การนำรัชทายาทของอาณาจักรข้างเคียงที่ความสัมพันธ์กำลังจะสะบั้นลง เนื่องจากทางฝ่ายพรีเทียตัดสินใจที่จะเจริญสัมพันธไมตรีกับฝ่ายกษัตริย์แห่งลาเดีย ดินแดนอันไกลโพ้นทางใต้ โดนการส่งรัชทายาทองค์ที่สอง ซึ่งเป็นราชธิดาเพียงองค์เดียวของกษัตริย์แห่งพรีเทียไปเพื่อเป็นสิ่งยืนยัน แทนที่จะส่งราชธิดาเพียงพระองค์เดียวให้กับกษัตริย์ชราแห่งคาเซียที่มีมเหสีและชายารวมทั้งนางสนมนางห้ามไม่รู้จำนวนเท่าใด การตัดสินใจส่งพระราชธิดาไปนั้นเท่ากับเป็นการฉีกความสัมพันธ์อันยาวนานของพรีเทียและคาเซีย และเป็นการฉีกหน้ากษัตริย์แห่งคาเซีย และผู้ที่เป็นรัชทายาทเพียงพระองค์เดียวอย่างรุนแรง ซึ่งรัชทายาทพระองค์เดียวนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาในขณะนี้ด้วยจิตสำนึกของราชองครักษ์แห่งพรีเทียแล้ว การปล่อยให้ราชสีห์ผู้มีคมเขี้ยวร้ายกาจเข้ามายังใจกลางเวียงวังแห่งพรีเทียนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ว่าอย่างไรตนต้องยับยั้งไว้ หากแต่เมื่อคำนึงถึงพิษที่อยู่ในวรกายของรัชทายาทที่สามแห่งพรีเทียผู้เป็นนายของตนแล้ว แม้ราชสีห์ตนนี้จะร้ายกาจเพียงใด การเสี่ยงครั้งนี้ก็มีค่ายิ่งยวดนักสำหรับราชองครักษ์เช่นเขา

 

"เชิญ หวังว่าพวกเจ้าคงรับรู้มารยาทของเวียงวังเป็นอย่างดีแล้ว" ราชองครักษ์หนุ่มเอ่ยขึ้น

 

 "หามิได้ พวกข้านั้นเป็นเพียงวาณิชธรรมดา ไม่ประสีประสาเรื่องในวังนัก คงต้องพึ่งพาท่านราชองครักษ์แล้ว หากข้าหรือพวกของข้าทำสิ่งใดผิดพลาดไป โปรดให้อภัยด้วย ส่วนยาลาสนั้นคงต้องฝากให้คนของท่านราชองครักษ์ดูแล เนื่องจากข้าเห็นว่าคงไม่จำเป็นต้องพาไปเข้าเฝ้าฯ ในยามที่ไร้สติเช่นนี้ พวกข้าทั้งเจ็ดคงเพียงพอแล้ว ขอความกรุณาท่านราชองครักษ์ด้วย" เดเลียสค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการเคารพอีกฝ่าย การกระทำอย่างเยือกเย็นของวาณิชหนุ่มนั้นทำให้ภายในหัวใจของราชองครักษ์หนักอึ้งยิ่งนัก

 

"ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าจะสั่งให้คนของข้าพาคนสนิทของเจ้าไปยังเรือนรับรองในตำหนักของท่านคาเพล ส่วนพวกเจ้าตามข้ามา" จากนั้นกลุ่มของวาณิชแห่งคาเซียทั้งเจ็ดก็เดินออกราชรถ ซึ่งพวกเขาไม่จำเป็นต้องปีนป่ายเพื่อลงจากตัวมังกร แต่มีนกยักษ์สีน้ำเงินตัวขนาดมหึมาจำนวนสี่ตัวมารอรับอยู่แล้ว แต่ละตัวมีผู้คุมซึ่งคงเป็นผู้ใช้สัตว์เวทย์เช่นเดียวกับองครักษ์หนุ่ม

 

"จากนี้ไปเราจะเดินทางไปที่ท้องพระโรงกัน พวกเจ้าขึ้นบนฟีนิกซ์แห่งวารีซะ" มาเทสเอ่ยพลางร่ายเวทย์ให้ยูนิคอร์นตัวจิ๋วสีเงินซึ่งเป็นสัตว์เวทย์ประจำตัวขยายใหญ่ขึ้นเพื่อเป็นพาหนะให้กับนายตน

 

ภูมิประเทศของพรีเทียนั้นล้อมรอบด้วยเทือกเขาและหุบเหว พื้นที่ราบตรงกลางนั้นเป็นพื้นที่ทางการค้าและการเกษตรกรรมซึ่งเปรียบประดุจเส้นเลือดใหญ่ล่อเลี้ยงของอาณาจักร ในขณะที่ราชวังพรีเทียนั้นสร้างขึ้นบนเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน การเข้าไปถึงพระราชวังหากไร้ซึ่งสัตว์เวทย์แล้วย่อมเป็นไปได้อย่างยากลำบาก แต่ก็หาได้เป็นเรื่องลำบากสำหรับผู้ปกครองอาณาจักรดั่งราชวงศ์ เดอ พรีเทีย ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ได้รับการยอมรับจากทวยเทพให้สามารถใช้สัตว์เวทย์ได้ ซึ่งภายหลังจากผ่านพิธีศักดิ์สิทธิ์แล้ว สัตว์เวทย์นั้นจะเปรียบเสมือนร่างผ่านของพลังจากทวยเทพ แต่พลังนั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความแตกต่างทางพลังจิตของแต่ละบุคคล ความเป็นปัจเจกนี้แตกต่างจากสองอาณาจักรใหญ่อย่างคาเซียและลาเดียซึ่งสามารถใช้พลังเวทย์ได้จากการฝึกฝนจิตและร่างกายอย่างหนัก และส่วนใหญ่ผู้ที่สามารถใช้พลังเวทย์ได้เทียบเท่ากับผู้ใช้สัตว์เวทย์อย่างอาณาจักรพรีเทียได้ จะเป็นเพียงกลุ่มนักรบและราชวงศ์เท่านั้น สำหรับกลุ่มอื่นๆ มักจะเชี่ยวชาญทางด้านการใช้ศาสตราวุธเช่น ดาบ ธนู หรือการใช้เวทย์ชั้นต้นและกลาง หรือเวทย์เฉพาะอย่างเช่น เวทย์สะกด, เวทย์ในการโยกย้ายสิ่งของ เป็นต้น

 

ภาพของพระราชวังแห่งพรีเทียที่ปรากฎแก่สายตาของกลุ่มวาณิชแห่งคาเซียเป็นคราแรกนั้นน่าประทับใจไม่น้อย เริ่มจากภูมิประเทศเทือกเขาสูงชันนั้นการสร้างปราสาทราชวังแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่สร้างโดยการใช้เวทย์ลอยตัว ยอดปราสาทสูงสลักเสลาด้วยคริสตัลสูงเป็นยอดแหลมเสียดฟ้าที่เปรียบประดุจแกนกลางของราชวัง เชื่อมต่อไปยังส่วนต่างๆ ทั้งสี่จตุรทิศ ในแต่ละทิศนั้นมีคริสตัสโปร่งใสสีแดงเพลิงลอยตัวอยู่เหนือแต่ละปราสาท สลักเสลาลวดลายแตกต่างกันไป ทั้ง ทิศเหนือเป็นฟีนิกซ์เพลิง ทิศตะวันออกเป็นมังกรเพลิง ทิศใต้เป็นนกยูงเพลิง และพยัคฆ์เพลิงทางทิศตะวันตก

 

 ราชวงศ์แห่งพรีเทียเป็นราชวงศ์ที่ได้รับการอำนวยพรจากเทพแห่งอัคคีสินะ ทิวทัศน์ที่เห็นอธิบายทุกสิ่งในความทรงจำของเดเลียสได้อย่างดี สิ่งที่เคยได้รับรู้มาเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งนี้ ครานี้จะได้มาเห็นด้วยนัยน์ตาของตนเป็นคราแรก แม้กระทั่งผู้ที่สามารถจะสงบนิ่งอยู่เป็นนิจเช่นวาณิชแห่งคาเซียก็แทบจะข่มความตื่นเต้นนี่เอาไว้ไม่ได้

 

ตามตำนานของอาณาจักรพรีเทียนั้น ผู้คนภายในอาณาจักรสามารถใช้พลังจากทวยเทพต่างๆ ได้ตามใจปรารถนา ทั้งวารี อัคคี ธรณี วายุ พฤกษา อัสนีบาต หรือ สายเวทย์อื่นๆ อีกมากมาย หากแต่เมื่อเกิดสงครามภายในอาณาจักรระหว่างผู้ใช้สัตว์เวทย์สายต่างๆ ขึ้น นับแต่บัดนั้น ราชวงศ์เดอ พรีเทียผู้ชนะในมหาสงครามและเป็นราชวงศ์ที่ได้รับการอำนวยพรจากเทพแห่งอัคคีได้ขึ้นครอบครองอาณาจักร และประกาศให้มีพิธีศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะต้องจัดขึ้นภายในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นกลายเป็นพิธีต้องห้ามและสืบทอดต่อกันภายในราชวงศ์ผู้ใช้อัคคีเท่านั้น เมื่อขาดผู้สืบทอดที่ได้รับการอำนวยพรจากเหล่าเทพโดยตรง ผู้ใช้เวทย์สายอื่นๆ ยังคงใช้เวทย์ได้ตามปรกติ หากแต่เวทย์ชั้นสูงและการถ่ายทอดพลังจากเหล่าเทพเจ้าโดยผ่านพิธีศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่สามารถกระทำได้จึงทำให้ราชวงศ์เดอ พรีเทีย กลายเป็นผู้ครอบครองอาณาจักรโดยสมบูรณ์ตราบจนกระทั่งปัจจุบัน

 

นกฟีนิกซ์แห่งวารีทั้งสี่และยูนิคอร์นสีเงินร่อนลงบริเวณหน้าใจกลางของพระราชวังแห่งพรีเทีย พื้นบริเวณลานหน้าพระราชวังถูกจัดทำไว้อย่างประณีตด้วยแก้วคริสตัลสลักสัญลักษณ์แห่งอาณาจักรพรีเทียซึ่งเป็นรูปนกฟีนิกซ์เพลิงเอาไว้บนก้อนหินทุกก้อน

 

 

 



ขออภัยที่หนีไปสครีม Gakuen Heaven ไปหนึ่งวัน วันนี้อัพดึกเช่นเคยคะ เป็นบรรยายไปซะเยอะสำหรับตอนนี้ ท่านที่รอ NC, SM ฯลฯ กรุณาทนอีกนิดนะคะ.... คนเขียนก็อยากเขียนเหมือนกัน แต่ยังไม่ถึงเวลาคะ ยังไม่ถึงเวลา......อดเปรี้ยวไว้กินหวานกันนะคะ...อิอิ....

edit @ 2 Jan 2010 18:35:42 by Arthy

Comment

Comment:

Tweet


คุณ Pattybluet

ขอบพระคุณค่ะ สำหรับคอมเม้นต์ ตี้เพิ่งมาเห็นเหมือนกันว่า เครื่องหมายคำพูดในนิยายหายไปเกือบหมด ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอีดิท เดี๋ยวไว้จะมาอีดิทอีกทีค่ะ

ขอบพระคุณำสำหรับกำลังใจนะคะ big smile ไว้หลังส่งวิทยานิพนธ์แล้วจะมาอัพให้อ่านกันคะ (ภาษาจะยังเหมือนเดิมไหมนี้ตี้ยังหวาดๆ ) sad smile
#2 by Arthy At 2010-01-02 18:32,
สนุกมากเลยค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นนะคะ ว่าเดเลียสเนี่ยมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ คาเพลน่ารักดีค่ะ อ่านจนเพลินเลย มาถึงพาร์ท 10 แล้ว ย้อนไปดูวันที่อัพ ปี 2007 โอ๊วววว หายไปนานเหมือนกันนะคะเนี่ย แต่ยังไงก็จะเป็นกำลังใจให้นะคะ
#1 by pattybluet (125.27.217.82) At 2009-12-30 00:43,

Free chat widget @ ShoutMix