2007/Sep/13

Original Novel : Capella ตอนที่7

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

**** ลิขสิทธิ์ของนิยายชิ้นนี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****

อ่านตอนที่6 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070912/novel-capella-6

อ่านตอนที่5 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070912/novel-capella-5

อ่านตอนที่4 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070911/novel-capella-4

อ่านตอนที่3 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20051031/novel-capella-3

อ่านตอนที่2 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20051003/novel-capella-2

อ่านตอนที่ 1ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20050902/capella-1



บริเวณที่นักพรตหนุ่มและวาณิชแห่งคาเซียนั่งอยู่นั้น เป็นก้อนหินขนาดใหญ่พอเหมาะสองก้อนเคียงกันซึ่งถูกจัดว่างไว้อย่างเหมาะเจาะราวกับเป็นพื้นที่รับแขกในไพรกว้างแห่งนี้ บริเวณที่ทั้งสองนั่งอยู่ไม่ไกลจากที่จัดเตรียมไว้สำหรับพักแรมในคืนนี้สักเท่าใดนัก เพลิงจากกองไฟบริเวณใจกลางเพิงพักลุกแวววาม ร่างของยาลาสยังคงนอนหายใจรวยระรินอยู่บนเปลที่จัดไว้ โดยมีผู้ติดตามอย่างเซย์และเรย์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ขณะที่ผู้ติดตามที่เหลืออีกสี่คนของเดเลียสกำลังง่วนอยู่กับการทานอาหารค่ำภายหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน หากแต่ร่างขององครักษ์หนุ่มนั้นกลับอันตรธานไปจากรอบบริเวณ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ติดตามทั้งหกของวาณิชแห่งคาเซียแล้ว เกศาสีเงินของมาเทสย่อมประจักษ์ชัดในความมืด หัวใจของคาเพลนั้นเริ่มสั่นระรัว หากนี้เป็นแผนการของอีกฝ่าย เหตุใดผู้ติดตามทั้งหกจึงยังคงทำตัวปรกติ เนตรสีอรุณรุ่งเริ่มสอดส่ายไปรอบราวป่า แต่ก็ไม่พบแม้เพียงเงาขององครักษ์หนุ่ม เดเลียสเริ่มสังเกตเห็นอาการลุกลนของนักพรตหนุ่มซึ่งนั่งอยู่เคียงข้าง เขาเองก็เอะใจเรื่องมาเทสไม่แพ้อีกฝ่ายจึงเอ่ยถามขึ้นก่อน

องครักษ์ของเจ้าไปไหนเสียแล้ว คาเพล

ข้าควรจะถามพวกเจ้ามากกว่า เดเลียส ว่าเอาองครักษ์ของข้าไปซ่อนไว้ที่ไหน น้ำเสียงของคาเพลเครียดขึ้นบ่งบอกถึงความตึงเครียดที่เพิ่มทวีอยู่ในที

อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป เจ้าก็เห็น ข้านั่งอยู่กับเจ้าตรงนี้ตลอด ผู้ติดตามของข้าก็ยังอยู่ตรงนั้น เจ้าคงไม่คิดว่าข้าเสกให้องครักษ์ของเจ้าหายไปได้หรอกนะ ความจริงที่เดเลียสเอ่ยกลับมายิ่งทำให้คาเพลร้อนรนมากขึ้น

เจ้าอาจจะทำได้ก็ได้ เจ้าเพิ่งกล่าวเมื่อครู่ว่าเจ้าเชี่ยวชาญเวทย์สะกด เจ้าอาจสะกดให้มาเทสทำอะไรก็ได้ตามที่เจ้าสั่งจริงไหม นักพรตหนุ่มจ้องมาที่เนตรสีไพลินเข้มของอีกฝ่ายอย่างต้องการสืบหาความจริงจากนัยน์ตานั้น แต่คำตอบกลับเป็นเพียงเสียงถอนหายใจของอีกฝ่าย

ถ้าเจ้าคิดได้แค่นั้นมันก็เป็นเรื่องของเจ้า ประโยคนี้เสียดแทงเข้าไปในหัวใจของนักพรตหนุ่มอย่างคาเพลนัก วาณิชจอมปลอมผู้นี้มักจะอ้างคำพูดที่เขาเคยพูดเข้ามาเสียดแทงในหัวใจของเขาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด

ใช่ ข้าคิดได้แค่นี้ แต่ปัญหาสำคัญตอนนี้ข้าต้องออกตามหามาเทสก่อน เสียงแว่วหวานทุ่มนุ่มนั้นบัดนี้เจือไปด้วยอารมณ์โทสะ ร่างบางลุกขึ้นจากก้อนหินที่ตนนั่งอยู่เพื่อตามหาองครักษ์ของตน แต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้นได้ดี เขาก็ถูกดึงไว้โดยแรงจากบุรุษที่นั่งอยู่เคียงข้าง เมื่อเปรียบเทียบหัตถ์บอบบางของนักพรตหนุ่มแล้ว เมื่อถูกแรงจากหัตถ์แข็งแกร่งดึงไว้อย่างฉับพลันทำให้อีกฝ่ายเสียหลัก ก่อนที่ร่างนั้นล้มลงวงแขนใหญ่ของอีกฝ่ายรับเอาไว้ได้ทันท่วงที

เจ้าต้องการอะไร ครั้งนี้ร่างบางตะโกนออกมาสุดเสียงแม้ร่างของตนจะยังอยู่ในวงแขนของอีกฝ่าย เสียงตะโกนของคาเพลเรียกความสนใจของผู้ติดตามวาณิชแห่งคาเซียทั้งหกให้หันมามองยังฝั่งผู้เป็นนาย

เจ้าผู้ไร้เวทย์ คิดเดินออกไปกลางป่ายามวิกาล ถ้าไม่เขลาหรือเสียสติ จะให้ข้าเรียกว่าอะไร หยุดรออยู่ตรงนี้แหละ ข้าจะให้คนของข้าออกไปตาม สุรเสียงเฉียบขาดของอีกฝ่ายทำให้นักพรตหนุ่มถึงกับนิ่งขึงไป

ไม่จำเป็น ข้าบอกแล้ว ห่วงคนของเจ้าเถอะ หากมาเทสหายไป ก็อย่าหวังว่ายาลาสจะได้รับยาถอนพิษ คำพูดนี้ของคาเพลเปลี่ยนสีหน้าของวาณิชแห่งคาเซียให้ดุดันขึ้นชั่ววูบก่อนจะคลายลง

ข้ารู้ดี เจ้าอยู่ที่นี่ดีแล้ว ข้าจะให้คนของข้าออกไปตาม สุรเสียงของวาณิชหนุ่มแห่งคาเซียเยือกเย็นและชัดถ้อยชัดคำมากกว่าทุกครา เขาหันไปออกคำสั่งกับผู้ติดตามทั้งหก ซึ่งบัดนี้อยู่ในสภาพพร้อมหลังจากได้ยินเสียงการปะทะวาจากันของทั้งสองฝ่าย เดเลียสสั่งให้ฝาแฝดซาลและวาล รวมทั้งไนท์และไลท์ออกตามหาทั่วทั้งสี่ทิศ ก่อนจะหันมาเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบกับร่างบางที่บัดนี้ยังคงยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของตน

เอาละ ทำใจให้เย็นลงหน่อย แล้วหันมาคุยกับข้าดีๆ ทันทีที่เอ่ยจบ น้ำเสียงบ่งบอกถึงโทสะของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น

เจ้าบังอาจใช้เวทย์สะกดกับข้าหรือ เดเลียส พลางปัดหัตถ์แข็งแกร่งที่โอบกอดตนอยู่ออก

ไม่เช่นนั้นเจ้าคงวิ่งเข้าป่าในยามวิกาล ไปนอนเป็นเพื่อนสิงสาราสัตว์แถวนี้แล้วล่ะ รอสักนิดเถอะข้าเชื่อว่าคงไม่นาน เราคงได้ร่องรอย แม้ว่าร่างบางจะหลุดจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายมาได้ แต่หัตถ์ขวานั้นยังคงถูกเกาะกุมไว้อย่างแน่นหนา คาเพลนั้นตระหนักดีถึงสิ่งที่เดเลียสกล่าว แต่ว่าความหวาดหวั่นภายในใจยังไม่หมดไป

หวังว่าคนของเจ้าคงไม่แอบไปสังหารมาเทสอย่างลับๆ คาเพลเอ่ยอย่างไม่กริ่งเกรงต่ออีกฝ่ายแม้แต่น้อย

มันจะไม่เกิดขึ้น หากข้าตระบัดสัตย์แม้เพียงน้อย เจ้าสังหารข้าได้เลย ข้าเป็นวาณิช ถือคำสัตย์เป็นที่ตั้ง น้ำเสียงย้ำหนักแน่นของเดเลียสทำให้คาเพลเย็นใจขึ้น แม้จะทราบดีว่าอีกฝ่ายหาใช่วาณิชไม่ แต่ราชวงศ์กษัตริย์เองการตระบัดสัตย์นั้นหาใช่เรื่องสามัญ การถือคำสัตย์นั้นเป็นยิ่งกว่าชีวิตตนสำหรับราชวงศ์กษัตริย์ นักพรตหนุ่มจึงรู้สึกวางใจได้ในระดับหนึ่ง หากแต่หัตถ์ขวาของเขาซึ่งไม่ว่าจะพยายามสะบัดอย่างไร ก็ยังถูกอีกฝ่ายเกาะกุมไว้เช่นนั้น

ปล่อยได้แล้ว ข้าไม่ได้ใช่เด็กๆ

ใช่ แต่สภาพเจ้าตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ในป่า ไร้เครื่องป้องกันภยันตราย ขืนข้าปล่อยไป มีหวังได้เห็นเจ้าเป็นศพอยู่กลางป่า เดเลียสเหยียดยิ้มที่มุมปากนิด ใบหน้าคมสันได้รูปนั้นขับกับแววตาสีน้ำเงินเข้มที่เป็นสะท้อนกับแสงเพลิงเป็นประกายวาววามอยู่ในความมืด

หยุดปรามาสข้าเสียที เดเลียส เจ้าเป็นผู้ที่ทำให้ข้าต้องมีสภาพเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เรอะ คาเพลตอบกลับอีกฝ่าย

ก็ใช่ ข้าจึงต้องดูแลเจ้าเป็นอย่างดีไงล่ะ เอาละ ซาลและวาลกลับมาแล้ว ข้าคิดว่าน่าจะได้เรื่องอะไรบ้าง เดเลียสเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเงาร่างของผู้ติดตามของตนเดิมผ่านพุ่มเถาวัลย์เข้ามา

ไม่พบอะไรเลยขอรับ เสียงรายงานจาก วาล แฝดผู้น้องเอ่ยขึ้น ความคาดหวังภายในของคาเพลเป็นอันต้องดับวูบลง

รอยเท้าล่ะ เดเลียสซักต่อ

ไม่พบรอยเท้าขององครักษ์หนุ่มแม้แต่น้อยครับ ครั้งนี้ซาล แฝดผู้พี่เอ่ยตอบ

งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องรอผลจากฝั่งของไนท์และไลท์ ในระหว่างที่วาณิชหนุ่มแห่งคาเซียกำลังครุ่นคิด และก่อนที่นักพรตหนุ่มผู้บัดนี้องครักษ์ของตนอันตรธานไปจะเอ่ยสิ่งใดขึ้นมา เสียงคำรามของสัตว์ชนิดหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกึกก้องไปทั่วป่าไพรในยามวิกาลเช่นนี้




ขอแอบเม้าท์นิยายที่ตัวเองเขียนเองมันจะดูบ้าไปไหมคะเนี่ย.... (ฮา) ตี้เป็นพวกเขียนเองคลั่งเอง มีคนเขียนแบบนี้ในโลกด้วยนะเนี่ย เหมือนตอนเขียน FATE แทบจะเรียกรอสส์ (เรซัค) เป็นลูกเลยทีเดียว การเขียนสำหรับตี้เหมือนเป็นการแอบดูลูกชาย (กุ๊กกรู๊...) เพราะไม่ต้องการใช้พลอตบังคับตัวละครแต่ต้องการให้เค้าโลดแล่นอยู่ด้วยตัวของเค้าเองตามท้องเรื่อง มีพลอตเป็นบทหลัก แต่เรื่องบทพูดการกระทำนั้นเป็นนิสัยของตัวละครคะ (เริ่มงงกันไปใหญ่)


อย่างเช่นครั้งที่แล้ว FATE มีลูกชายทั้งหมดสี่คน รอสส์,ลาค,อัล,บัส ลูกทั้งสี่นี่ ขอบอกว่ารัก เรซัค (รอสส์)มากที่สุด สงสาร บาร์นาร์ด (บัส) มากที่สุด..... หมั่นไส้ ลาไคน์ (ลาค) มากที่สุด และ เอ็นดู อัลแตร์ (อัล) มากที่สุด.... สรุปคือรักเท่าๆ กันนะ....(แล้วลาคล่ะ เหอๆๆ)


ครั้งนี้ ลูกชายเยอะเหลือเกินนับไม่ถูก... แต่ที่แน่ๆ ใครคู่ใคร แล้วใครเป็นใคร มาถึงตรงนี้คงยังไม่รู้แน่ชัด (น่าจะพอเดาออกกันบ้างแล้ว)

ตกลงว่า ตาพระเอก (หรือเปล่า) ของเราอย่างเดเลียสนี่เป็นใคร ตำแหน่งอะไร พอจะมีท่านใดเดาออกกันบ้างหรือยังคะ แล้วพระเอกอีกคน (หรือว่าจะเป็นนายเอกนะ) อย่างมาเทส รวมทั้งนายเอก (หลัก) ที่ดูยังไงคงไม่พลิกกลับไปกดใคร (หรือเปล่านะ) อย่างคาเพล

รวมไปถึงพระรอง ที่ไม่รู้ใครจะเป็นนายใครเป็นพระ. ผู้ติดตามทั้งหลายอีกสารพัด... คนวางพลอตก็เริ่มปวดหัวแล้วเหมือนกันคะ...

ตีกันวุ่นเลย นี่ตัวละครออกมาถึงครึ่งหรือยังหนอ...... ตัวสำคัญๆ ออกมายังไม่ถึงครึ่งเลยคะ (ตกลงเรื่องนี้มันจะมีกี่คู่) คาดว่าพอเดินต่อไปเรื่อยๆ ตัวละครเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วหลายๆ ท่านคงมองออกกันมากขึ้น ว่าคู่หลักกี่คู่ คู่รองกี่คู่นะคะ.....

ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านคะ (เห็นเพจวิวแล้วแอบดีใจ) คำวิจารณ์เชิญได้เต็มที่เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้นต่อไป ขอบพระคุณคะ....

ฝากลูกชายทุกคนไว้ในความกรุณาของผู้อ่านด้วยคะ

Comment

Comment:

Tweet


Free chat widget @ ShoutMix