2007/Sep/12

Original Novel : Capella ตอนที่5

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

**** ลิขสิทธิ์ของนิยายชิ้นนี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****

อ่านตอนที่4 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20070911/novel-capella-4

อ่านตอนที่3 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20051031/novel-capella-3

อ่านตอนที่2 ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20051003/novel-capella-2

อ่านตอนที่ 1ได้ที่นี่>> http://arthy.exteen.com/20050902/capella-1





พุ่มพฤกษ์ในยามค่ำคืนกลางไพร มีเพียงเสียงน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยๆ พร้อมกับเสียงหรีดหริ่งเรไรที่เปรียบเสมือนดนตรีไพรขับกล่อมผู้ที่มาพักใกล้เคียงให้ผ่อนคลาย ฝั่งหนึ่งของลำธารนั้นผู้เป็นนายได้เข้าสู่นิทรารมย์อย่างรวดเร็วภายหลังจากอาการเหนื่อยอ่อนและผลข้างเคียงของพิษที่ได้รับ องครักษ์อย่างมาเทสนั้น ไม่สามารถที่จะข่มตาของตนให้หลับลงได้จึงนั่งอยู่เคียงข้างและกระชับดาบสีเงินที่แปลงมาจากสัตว์เวทย์ของตนมั่นไว้ในมือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งก็คอยเพิ่มเชื้อไฟเพื่อไม่ให้กองไฟที่เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในบริเวณนั้นดับมอด

อีกฝากฝั่งหนึ่งของลำธาร สถานที่ที่ผู้เป็นนายนั่งอยู่นั้นรายล้อมด้วยผู้ติดตามทั้งห้า เบื้องหน้าของเดเลียสนั้นคือ ยาลาสผู้ต้องพิษไตรราตรีนอนหายใจรวยระรินไม่ได้สติอยู่บนเปลที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากไม้ซึ่งแม้จะดูเรียบง่ายหากแต่ท่อนไม้แต่ละท่อนนั้นถูกผูกมัดไว้อย่างแน่นหนา ท่ามกลางความสงบเงียบของการรอคอยนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของไนท์ใกล้เข้าเรื่อยๆ ก่อนที่จะคุกเข่าลงเบื้องหน้าเปลไม้ของยาลาส

ได้เรื่องมาว่าอย่างไรบ้าง ไนท์ เดเลียสเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบ

ขอรับ สภาพการณ์ปรกติทุกอย่าง คาดว่าพรุ่งนี้คงพร้อมเดินทางไปกัน เพียงแต่... เสียงของผู้เป็นบ่าวขาดห้วงไปเมื่อระลึกถึงบทสนทนาของอีกฝ่ายเมื่อครู่ ยังความสงสัยให้กับเดเลียสและผู้ติดตามอย่างมาก

แต่อะไร อย่าบอกนะว่าแค่ไปสืบข่าวแค่นี้เจ้าก็ทำพลาดจนอีกฝ่ายรับรู้ ไลท์เอ่ยขึ้นอย่างพะวักพะวน เมื่อถูกปรามาสจากเพื่อนร่วมเดินทาง แววตาสีเหล็กกล้าของไนท์ฉายแววแห่งโทสะชัด

อย่าปรามาสกันถึงเพียงนั้นเลยไลท์ ข้าข้ามลำธารไปกลับโดยใช้เวทย์ เท้าของข้าไม่ได้สัมผัสน้ำในลำธารให้เกิดเสียงแม้สักเพียงนิด ข้ามั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางรู้อย่างแน่นอน เสียงเจือโทสะตอบกลับ

ถ้าเช่นนั้น แต่ อะไร เดเลียสยกมือปรามไลท์ พร้อมกับเอ่ยถามยังบุรุษผู้ไปสืบข่าวเมื่อสักครู่

ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน องครักษ์หนุ่มนั้นพลั้งปากเรียกนักพรตหนุ่มว่า พระองค์ ขอรับ คำรายงานของไนท์ ก่อให้เกิดความงุนงงระหว่างผู้ร่วมเดินทางทั้งหลาย เว้นแต่เพียงเดเลียสผู้เป็นนาย เนตรสีไพลินส่อแววครุ่นคิด

งั้นหรือ แล้วนอกจากนี้มีอะไรสำคัญอีกไหม เดเลียสเอ่ยถามต่อ

ขอรับ นักพรตหนุ่มนั้นสงสัยว่า ท่านคือรัชทายาทแห่งคาเซียปลอมตัวมา รวมทั้งยังยืนยันอย่างหนักแน่นกับองครักษ์ของตนอีกด้วย หลังรายงานจบ ชายหนุ่มเนตรสีเหล็กกล้าและดูเยาว์วัยที่สุดในบรรดาผู้ติดตามทั้งเจ็ดหากไม่นับยาลาสผู้ที่นอนหายใจรวยระรินอยู่แล้ว พยายามอดกลั้นเสียงหัวเราะของตนไว้แต่ก็ทานไม่ไหว

หึหึหึ... รัชทายาทแห่งคาเซียงั้นหรือ ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงเป็นถึง.... ชายหนุ่มหัวเราะร่วน ก่อนที่จะถูกมือแข็งแกร่งที่นั่งอยู่เคียงข้างปิดปากไว้โดยเร็ว

หยุดปากของเจ้าไว้ซะบ้างเถอะ เซย์ เมื่อกี้ไนท์เพิ่งรายงานเรื่องอีกฝ่ายพลั้งปาก ครั้งนี้เจ้าจะเป็นฝ่ายพลั้งปากบ้างหรือ ผู้ติดตามที่ดูสูงวัยกว่าซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ยังคงใช้มือปิดปากบุรุษหนุ่มเอาไว้ ผู้ถูกปิดปากพยายามผลักมือออก แต่ก็ไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่า

เอาล่ะ เอาละ พอเถอะ ปล่อยเซย์ได้แล้วเรย์ ประเดี๋ยวจะขาดใจตายเสียก่อน ผู้ถูกเรียกชื่ออย่างเรย์ตอบรับคำสั่งนั้นทันที โดยปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ เซย์ผู้ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ลุกขึ้นสบถอะไรบางอย่างออกมาพร้อมกับจ้องไปยังเนตรสีเหล็กกล้าของอีกฝ่ายที่เพิ่งปล่อยตนออกมาอย่างมีโทสะ และเริ่มร่ายเวทย์แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นสายตาปรามจากผู้เป็นนายจึงนั่งลงอีกครั้ง

ทำได้ดีมากไนท์ นับเป็นข้อมูลที่ดีอย่างยิ่งทีเดียว อย่างน้อยก็ทำให้ข้ารู้ว่า คาเพลจะต้องนำเราไปยัง บ้าน ของเขาอย่างแน่นอน น้ำเสียงที่ย้ำคำว่า บ้าน ของเดเลียสนั้นส่อความนัยบางอย่าง แต่ผู้พูดก็มิได้เอ่ยออกมา ก่อนจะออกคำสั่งให้ผู้ติดตามทั้งหกไปพักผ่อนรวมทั้งจัดเวรยามเพื่อคอยเฝ้าดูอาการของยาลาสหากมีอะไรเปลี่ยนแปลงให้รีบมารายงานตนทันที

เริ่มจาก ซาล และ วาล จากนั้นก็ทำตามที่เคยมีมาตามปรกติ เข้าใจนะ น้ำเสียงสั่งเรียบแต่เด็ดขาด ผู้ถูกเอ่ยนามทั้งสองค้อมศีรษะรับคำสั่ง ภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำตาลนั้นใบหน้าของซาลและวาล หากผู้ที่พบเห็นเพียงครั้งแรกย่อมไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของทั้งสองฝ่ายได้ หากแต่ผู้คุ้นเคยกันอย่างเดเลียสทราบดีว่า ซาล แฝดผู้พี่นั้นกรำศึกและประสบการณ์มามากกว่า วาลผู้เป็นแฝดผู้น้องนัก เดเลียสกล่าวยังซาลแฝดผู้พี่ว่า

เจ้าทั้งสองเป็นยามแรกของคืนนี้ ดังนั้นพรุ่งนี้เรื่องการขนย้ายเปลของยาลาส ในช่วงแรกของการเดินทางคงต้องฝากเจ้าและวาล เมื่อกล่าวจบเดเลียสหันไปสั่งกับผู้ที่เหลืออยู่

ต่อจากนั้น ผลัดต่อไปที่จะดูแลเปลของยาลาสคงต้องต้องฝากให้ยามสองอย่าง เรย์และเซย์ ส่วนไลท์ และไนท์เป็นยามสุดท้าย ข้าฝากจัดการเรื่องเตรียมการเดินทางรวมทั้งหมดด้วย ไร้ซึ่งการขานรับมีเพียงการพยักศีรษะซึ่งเป็นสัญญาณของการรับรู้คำสั่ง จากนั้นวาลแฝดผู้น้องหันไปจัดที่พักซึ่งสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ด้วยไม้และผ้าขึงให้กับผู้เป็นนาย

เดเลียสล้มตัวลงยังผ้าขนสัตว์ชั้นดีที่ถูกจัดไว้เพื่อรองรับร่างกายบนพื้นอันเย็นเยียบ เกศาสีนิลกาฬที่บัดนี้เหลือเพียงยาวประบ่าจากเพลิงของสัตว์เวทย์ตัวน้อย เนตรสีไพลินลึกล้ำยังคงส่อแววครุ่นคิดถึงเรื่องที่ไนท์รายงานมาเมื่อสักครู่ ก่อนจะนำสัตว์เวทย์น้อยนาม รูส ซึ่งบัดนี้ถูกเวทย์ของเขาสะกดให้แข็งทื่อออกมาพิจารณา หากเปรียบเทียบกับยูนิคอร์นสีเงินของมาเทส องครักษ์หนุ่ม รูส สัตว์เวทย์ของคาเพลนักพรตหนุ่มรูปงามผู้เป็นนายนั้น มีรูปร่างที่คล้ายคลึงกับมังกรเสียมากกว่า รวมทั้งผิวกายนั้นหาใช้สีเงินประกายไม่ แต่กลับเป็นสีแดงราวกับเพลิงที่พร้อมจะลุกไหม้ตลอดเวลา ระหว่างนั้นความทรงจำหนี่งไหลกลับเข้ามาในมโนสำนึกของเดเลียส ริมฝีปากได้รูปของเดเลียสปรากฏรอยยิ้มที่ซ่อนความหมายอย่างประหลาด

คาเพล นั่นสินะ ข้าไม่น่าจะลืมไปได้เลยนะเนี่ย... หึหึหึ เดเลียสรำพึงกับตัวเอง ก่อนที่จะพริ้มเนตรสีน้ำเงินเข้มของตนลงและก้าวเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์เช่นเดียวกับบุรุษนักพรตหนุ่มในอีกฝากฝั่งของลำธาร

อัพเร็วเป็นประวัติศาสตร์ (ขอจารึกเลยได้ไหมเนี่ย สำหรับคาเพลเนี่ย... ตอนนี้ไฟกำลังลุกคะ ก่อนที่ไฟจะมอด หรือไม่มีเวลาเขียน (ถ้าเขียนให้จบได้แบบช๊อตเดียวคงดีสินะเนี่ย หุหุ) << ฝัน หรือเปล่า??

ยังคงขอโทษท่านผู้อ่านสำหรับภาษาไทยจริงๆ ยอมรับว่าศัพท์สวยงามที่เคยใช้เมื่อก่อนนี้มันหายไปเยอะมากๆ กำลังพยายามทำให้มันกลับมาคะ

รับคอมเม้นต์จากทุกท่านเต็มที่เลยคะ

Comment

Comment:

Tweet


Free chat widget @ ShoutMix