2007/Mar/03

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

**** ลิขสิทธิ์ของนิยายชิ้นนี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****

อ่านอารัมภกาล และ ตอนที่ 1 ได้ที่นี่ >> http://arthy.exteen.com/20060326/novel-tripple-earth-1

อ่านตอนที่ 2ได้ที่นี่ >> http://arthy.exteen.com/20060327/novel-tripple-earth-2

Novel : Tripple Earth ตอนที่ 3

ตอนที่3

พระราชวังขององค์จอมเทพแห่งสวรรค์ ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางของมิตินี้ บรรดาเหล่าเสนาอำมาตย์ ขุนพลเทพ ฯลฯ ล้วนมีที่ทำงานอยู่ ณ. ที่แห่งนี้ พระราชวังสีขาวที่ประดับประดาไปด้วยรัตนะงดงามส่องประกายเล่นแสงกับดวงอาทิตย์ เสาแต่ละต้นแกะสลักเป็นลายเทวดาน้อยไว้สวยงามวิจิตร อุทยานที่ประกอบด้วยพืชพันธุ์นานา ที่นั่งเถาวัลย์ที่มีไว้สำหรับผ่อนคลาย ลานกว้างที่ใช้ในการละเล่นร่ายรำต่าง ๆ ผู้ใดที่ได้พบในแรกเห็นย่อมหลงใหลในความโอ่อ่าและงดงาม

หากแต่บุรุษผู้มีตำแหน่งเป็นโอรสจอมเทพองค์นี้หาได้ใส่พระทัยในสิ่งเหล่านี้ไม่ เมื่อนาคานำเสด็จพระองค์มาถึงบริเวณหน้าพระราชวังแล้ว เซรอสก็ดำเนินเข้าไปในพระราชวังอย่างรวดเร็ว เสียงของทหารที่วิ่งเข้าไปรายงานองค์จอมเทพว่าพระราชโอรสเสด็จมาถึงดังไปทั่วราชวัง ทำให้ เซรอสส่ายพระพักตร์อย่างเบื่อหน่าย เมื่อเข้าไปถึงภายในท้องพระโรงเหล่าบรรดาเสนาอำมาตย์ทั้งหลายที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ก็ถวายความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่พระองค์จะคุกเข่าลงกับพื้นทำความเคารพพระราชบิดาและเอ่ยถามถึงสาเหตุที่เรียกตัว

ท่านพ่อมีกิจอันใดหรือจึงเรียกข้ามาเข้าเฝ้าฯ

เซรอส ข้าอยากจะทราบเกี่ยวกับงานของเจ้าว่าเป็นเช่นไร องค์จอมเทพผู้ทรงมีลักษณ์ละไมคล้ายพระโอรส เกศาตรงยาวสีทอง เนตรสีฟ้า ซึ่งประทับอยู่บนบัลลังก์ราชอาสน์สีขาว ฉลองพระองค์สีทองที่เข้ากับเกศาพลิ้วไหว ตรัสถาม

ความมืดหลุดออกมาบ่อยครั้งขึ้น ข้าเกรงว่าข่าวลือที่ว่ามีคนคิดปลดปล่อยความมืดจะเป็นจริง

งั้นหรือ... จอมเทพตรัสรับเรียบ ๆ และเอ่ยว่า

ราตรีนี้ข้าขอให้เจ้าพักที่วังนี้เสียก่อน...ข้ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับเจ้าและครอสส์เองก็อยากเจอเจ้าด้วยเช่นกัน

พะยะค่ะ ท่านพ่อ ถ้าเช่นนั้นข้าขอไปพบอนุชาแห่งข้าสักหน่อย ก่อนที่จะเสด็จออกไปนอกท้องพระโรง และกำลังจะดำเนินไปทางพระราชฐานของอนุชาแห่งพระองค์ แต่แล้วก็มีเสียงของเด็กตัวเล็ก ๆ ทักพระองค์ขึ้นจากด้านหลัง

ท่านพี่เซรอส เสียงของเด็กชายตัวเล็ก ๆ ถ้าเทียบเป็นมนุษย์คงอายุประมาณ 7-8 ขวบ เนตรสีเขียวเช่นเดียวกัน หากแต่สีเนตรของเด็กชายจะอ่อนกว่าผู้เป็นเชษฐาเล็กน้อย เกศาสั้นสีน้ำเงิน วิ่งเข้ามากอดพระเพลาของเซรอสไว้

ครอสส์ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เจ้าโตขึ้นมากแล้วนี่ สุรเสียงของโอรสจอมเทพบ่งบอกความชื่นชม

ก็ข้าอายุตั้ง 800 ปีแล้วนี่นา จะไม่โตได้ยังไง ท่านพี่ก็ใจร้ายมาก ปล่อยข้าทิ้งไว้ในวังของท่านพ่อคนเดียว ไม่ยอมมาหาข้าบ้างเลย นี่ถ้าข้าโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ข้าเองก็อยากออกไปปราบความมืดเหมือนกับท่านพี่บ้าง อนุชาเอ่ยบ่นต่อเชษฐาอย่างน้อยพระทัย

หึหึ รอให้ถึงเวลานั้นก่อนเถอะ อีกสักพันปีละมั้ง ว่าแต่เจ้าเรียนไปถึงไหนแล้วละ

ข้าใช้พลังได้แล้วนะ ดาบข้าก็ใช้ได้ ท่านพี่อยากประลองกับข้าไหมล่ะ ดีนฝึกให้ข้าทุกวันเลย เด็กชายเอ่ยชื่อชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนเล่นและอาจารย์ของเขา

ดีนเหรอ...จริงซิ ข้าไม่ได้เจอเค้ามาประมาณ 100 ปีแล้ว เค้าอยู่ที่ไหน

อยู่ที่นี่พะยะค่ะ เสียงตอบสวนขึ้นทันควันจากบุรุษผู้มีรูปร่างสันทัดพอ ๆ กับเฟอร์โก้...ต่างกันที่มีเกศาสีม่วงอ่อนและตาสีมรกตเช่นเดียวกับพระองค์ เพียงแต่บุรุษผู้นี้เกศาสั้น ส่วนพระองค์เกศายาวสลวย

ไงดีน ไม่ได้เจอเจ้าตั้งนานสบายดีไหม เป็นพระราชปฏิสันถารที่ทักทายมิตรสนิทตั้งแต่ยังเยาว์

สบายดีพะยะค่ะ ต้องขอบพระทัยพระโอรสที่ช่วยฝากงานให้ข้าพระองค์ในวังนี้

ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้ว ว่าให้เรียกข้าเหมือนเมื่อก่อน ไม่ต้องเอาราชาศัพท์พวกนี้มาใช้ให้เปลืองหรอก อันนั้นไว้สำหรับใช้กับคนอื่นไม่ใช่กับข้า

เออ...ขอบคุณเจ้ามากเซรอส เสียงของชายหนุ่มผุ้มีเกศาและสีเนตรเช่นเดียวกับผู้เอ่ยถามตอบมาด้วยเสียงที่ซ่อนความเกรงใจไว้นิด ๆ

แต่มิมีผู้ใดทราบถึงความรู้สึกที่ดีนมีต่อชายหนุ่มผู้เป็นโอรสแห่งจอมเทพผู้นี้ ในอดีตตอนที่เขาได้พบกับเซรอสครั้งแรกที่บริเวณชายป่า ซึ่งหาได้ทราบไม่ว่าบุรุษผู้นี้คือใคร แต่เขาก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ เขาเล่นกับเหล่าคิลออฟทั้ง 4 ที่มาฝึกวิชาอยู่ที่นั่นทุกวัน จนกระทั่งเกิดความสนิทสนม นานวันเข้าจิตใจก็ยิ่งเริ่มไม่ยอมสงบ พอเขารู้ว่าชายผู้นี้คือโอรสจอมเทพก็คิดจะปลีกตัวออกมา เพราะคิดว่าตนไม่อาจเอื้อม แต่วันที่เขาไปบอกลากับเซรอส เซรอสได้ฝากเขาให้ทำงานในวังจอมเทพโดยให้เป็นเพื่อนเล่นกับอนุชา

หลายปีผ่านไปที่ไม่ได้พบ ไฟรักก็มิได้ลดน้อยถอยลงไปแต่กลับคุกรุ่นเพื่อรอเวลาที่จะระเบิดออก และตอนนี้มันก็เริ่มจะประทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้พบกับร่างของบุรุษที่ฝันถึงมาตลอด พักตร์สีขาวนวลเนียน ริมโอษฐ์ที่ดูอวบอิ่มเป็นสีชมพูน่าจับมาประทับไว้กับปากของตนยิ่งนัก สะโพกงามอันนั้น หากได้เบียดชิดร่างกายเข้าไป เสียงครางของร่างที่อยู่ตรงหน้าจะน่าพิศวงถึงเพียงใดหนอ....แต่แล้วสิ่งที่หยุดห้วงคำนึงของดีนก็คือภาพของชายคนหนึ่งที่ดีนเคยทราบว่าเซรอสเคยหลงรักมาตลอด

วันนี้ข้าเห็นว่าเจ้ามาเข้าเฝ้าฯ องค์จอมเทพสายไปใช่เหรอ ไปไหนมาล่ะ

ข้าไปที่ยมโลกมา เซรอสตรัสตอบอย่างไม่คิดอะไร

ยมโลก!!! ไปทำไม เสียงของดีนแข็งกร้าวขึ้น

ก็ไปหาเฮเดสนะสิ ทำไมหรือ เซรอสตอบเรียบๆ อีก แต่คำตอบสั้น ๆ เพียงเท่านี้ทำให้ดีนถึงกับสะอึก เพราะมันเป็นชื่อของคนที่ตนเพิ่งนึกถึงเมื่อสักครู่

ไปหาทำไม เสียงกร้าวและคาดคั้นขึ้นอีก

เจ้าจะอยากรู้ไปทำไม ดีน ครั้งนี้เซรอสทรงเริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมาบ้าง ทำให้ดีนต้องฉุกใจหยุดคำถามไว้เสียก่อน

ก็ไม่อะไรหรอก ข้าแค่ถามไปอย่างนั้นเอง เราไปหาของว่างทานกันดีกว่านะเซรอส เชิญเสด็จไปเสวยเครื่องว่างเถิด พะยะค่ะ เจ้าชายครอสส์ ดีนรีบหาทางตัดบทอย่างรวดเร็วเพื่อจบการสนทนานั้น ก่อนที่จะนำทั้งสองอธิราชไปยังอุทยานชั้นในเพื่อคุยกันตามประสาพี่น้องและสหายเก่า โดยดีนมิเอ่ยถามเรื่องเมื่อสักครู่อีกเลย แต่ในใจของดีนยังคงครุ่นคิดเรื่องบางอย่างอยู่เงียบ ๆ

ราตรีนั้นหลังจากที่เซรอสทรงนำพระอนุชาเข้าห้องบรรทมเป็นที่เรียบร้อย พระองค์จึงเสด็จไปผ่อนคลายพระอารมณ์ในราชอุทยาน ภายใต้ซุ้มเถาวัลย์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาในลักษณะโดม เซรอสทรงนั่งลงบนท่อนเถาวัลย์ใหญ่และโยกไกวมันเหมือนชิงช้า ภาพที่ดีนมองเห็นนั้นงดงามยิ่งกว่านำเหล่านางฟ้าเทพธิดานับร้อยมาร่ายรำอยู่ตรงหน้า บุรุษรูปร่างผอมบาง เกศาสีม่วงอ่อนปลิวไสวไปตามสายลมที่พัดผ่าน เมื่อเซรอสออกแรงไกวชิงช้า ก็ไหวพระกายเพียงเบา ๆ สะโพกกลมกลึงขยับเพียงเล็กน้อย เป็นนิมิตที่ดูสวยงามชวนฝันยิ่งนัก

แต่แล้วสุรเสียงกังวานเสียงหนึ่งก็หยุดความคิดและการกระทำทั้งสิ้นของบุคคลทั้งสองที่คนหนึ่งไกวชิงช้า อีกคนหนึ่งกำลังซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ ๆ กัน

เจ้ามาอยู่ที่นี่เองเหรอ เซรอส บุรุษผู้ดำรงศักดิ์เป็นองค์จอมเทพเสด็จมาอย่างเงียบ ๆ จากเบื้องปฤษดางค์ของเซรอส เมื่อทอดพระเนตรเห็นว่าเจ้าของเสียงทักนั้นเป็นผู้ใด เซรอสก็รีบเสด็จลงจากชิงช้า และคุกเข่าถวายความเคารพ

อย่าพิธีอะไรมากนักเลย ที่นี่มิใช่ในท้องพระโรง ก่อนที่องค์จอมเทพจะทอดพระเนตรไปทางพุ่มไม้ที่ดีนซ่อนตัวอยู่ ฉับพลันภายในหัวของดีนก็ได้ยินเสียงตรัสจากองค์จอมเทพว่า

ข้าต้องการคุยกับโอรสแห่งข้าเพียงสอง มิต้องการผู้รับฟังผู้อื่น ไปซะ สุรเสียงตรัสแกมขู่นี้ทำให้ดีนต้องรีบปลีกออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว

เอาละ ไม่มีคนอื่นแล้ว เราคุยกันได้หรือยัง บุตรแห่งข้า จอมเทพแย้มพระโอษฐ์ เนตรสีฟ้าฉายแววเมตตา ในขณะที่เซรอสก็เข้าพระทัยในสิ่งที่องค์จอมเทพตรัส เพราะพระองค์ก็ทรงทราบถึงการมาของดีนตั้งแต่เมื่อสักครู่นี้แล้ว เพียงแต่ว่ามิได้ดำริจะยุ่งด้วยเท่านั้น

พะยะค่ะ ข้าก็สัมผัสความรู้สึกของดีนได้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่ก็คิดว่าปล่อยให้ซ่อนไปเถอะ คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าท่านจะเสด็จมในอุทยานแห่งนี้

ดูเหมือนว่าช่วงนี้เจ้าจะช่างลืมเหลือเกินนะ จริงๆ เมื่อตอนบ่ายที่เจ้ามาหาข้าได้ก็เพราะเฟอร์โก้ไปตามมา เมื่อยามบ่ายนี้ข้าว่าข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าราตรีนี้ข้ามีเรื่องที่จะคุยกับเจ้า องค์จอมเทพตรัสพลางสรวลเสียงดังลั่น

ขอพระราชทานอภัย พะยะค่ะ ท่านพ่อ ข้าพาครอสส์ไปเข้านอน จากนั้นก็มาผ่อนคลายอารมณ์ที่อุทยานแห่งนี้ จน...เอ่อ...ลืมไปว่าท่านนัดข้าไว้ แล้วตอนที่เฟอร์โก้ไปตามนั้น ข้าก็กำลังสนทนากับเฮเดสอยู่ เซรอสตรัสด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น พักตร์เริ่มมีสีแดงระเรื่อ

ไม่เป็นไรหรอก...ที่วันนี้ข้าเรียกเจ้ามาคุยก็เพื่อจะถามเจ้าเกี่ยวกับเรื่องผนึก จอมเทพตรัสเข้าเรื่องทันที

เกี่ยวกับผนึก? มีปัญหาอะไรหรือ พะยะค่ะ เสียงของโอรสจอมเทพเอ่ยถามผู้เป็นบิดาอย่างร้อนรน

อย่าทำเสียงตื่นเต้นเช่นนั้น ข้ามาเพื่อที่จะถามเจ้าอีกครั้งว่า เจ้ายังจำได้ใช่มั้ยว่า ผนึกแห่งสวรรค์มีไว้เพื่ออะไร

ข้าไม่มีวันลืมถึงสิ่งนั้น พะยะค่ะ สุรเสียงแข็งขันของเซรอสตรัสออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่ม แววเนตรสีเขียวมรกตบ่งบอกความตั้งมั่น

งั้นก็ดี จำไว้นะ เซรอส เจ้าซึ่งเป็นผู้ถือผนึกคนที่ 100 แม้แต่ข้าที่เป็นผู้ถือผนึกรุ่นก่อนยังไม่สามารถหยั่งถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นแก่เจ้าได้ เมื่อผนึกถูกย้ายไปยังรุ่นต่อไป พลังและความลับทุกอย่างที่ข้าทราบจากผนึก ก็ล้วนถูกส่งไปแก่เจ้า องค์จอมเทพตรัสพลางใช้พระหัตถ์แตะที่พระเศียรของพระโอรสแห่งพระองค์

ข้าทราบดี ความลับนั้นมันจะถูกเก็บไว้ในใจของข้าตลอดไป เพราะถ้าหากมีใครทราบมันแล้วนั่นก็หมายถึง...อนาคตของบรรดาไตรมิติที่ต้องพังทลายลง พักตร์ของเซรอสก็มีทีท่าสลดลง

แต่ที่ท่านพ่อมาตรัสถามข้าเรื่องนี้ ข้าว่าคงจะมีอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องที่ข้ารายงานเมื่อตอนบ่ายนี้เป็นแน่แท้ พระโอรสตรัสถามอย่างทรงรู้เท่าทันในพระทัยของพระบิดา

สมกับเป็นเจ้าแล้ว เซรอส ใช่ ตอนนี้ข้ากำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่มีคนจะปลดปล่อยความมืด

ท่านดำริว่าเป็นผู้ใด เซรอสตรัสถามตรง ๆ

แล้วเจ้าละ ผู้ถือผนึกเช่นเจ้าคิดว่าเป็นใคร จอมเทพผู้เป็นบิดาตรัสย้อนถาม

ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่านอกจากจอมเทพและราชาปีศาจแล้วจะมีใครที่มีพลังพอ ซึ่งข้าก็คงคิดเช่นเดียวกับท่านว่า ราชาปีศาจนั้นเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แทนคำตอบองค์จอมเทพพยักพระพักตร์เบา ๆ

ถ้าเช่นนั้นเราคงต้องรอจนกว่าผู้นั้นจะเปิดเผยตัวออกมาเองซินะ จอมเทพตรัสสรุป

คงเป็นดังที่ท่านพ่อตรัส พะยะค่ะ พวกเราทำได้เพียงป้องกันเท่านั้น

ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จงไปพักผ่อนเสียเถิด พรุ่งนี้จะได้ไปทำหน้าที่ของเจ้าในฐานะคิลออฟต่อ

และแล้วราตรีที่มีดวงจันทร์เพ็ญฉายแสงสีเหลืองนวล ดวงดาราส่องประกายระยิบระยับไปทั่วมิติแห่งสวรรค์ อันเป็นสัญญาณแห่งความสงบก่อนที่พายุใหญ่จะบังเกิดขึ้น....ก็ผ่านไป



TalK> ยังคงเว้นระยะ (ดอง) อย่างต่อเนื่อง....-_-" แต่ขอบพระคุณสำหรับอีเมล์และคอมเม้นท์ที่ยังคงติดตามเรื่อยมาคะ ตี้เองเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นก็ได้โอกาสอัพสักครั้งหนึ่ง ตอนที่อยู่ที่นู่นอย่าว่าแต่เวลาเขียนนิยายเลย เวลาอ่านให้อ่านนิยายยังไม่มีเลย วันนี้ได้โอกาสเลยขออัพทีเดียว 2 บลอค ทั้งคุยและนิยายนะคะ

ปล..สำหรับท่านที่ถามถึง Fate ตอนนี้เรื่องการออกรวมเล่ม แทบจะเรียกว่าชะงักจริงๆ คะ ต้องกราบขออภัยอย่างแรง เพราะตี้เองก็แทบไม่ได้มีเวลากับชีวิตตัวเองเลยคะ ไว้แว่งๆ คงได้เขียนเล่าให้ฟัง เหอๆๆๆ.... ขออภัยจากใจอีกครั้งคะ

ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นต์คะ รวมทั้งทุกท่านที่มาคอมเม้นต์ในตอนที่ 1 และ 2 ด้วยนะคะ เปลี่ยนตัวอักษรแล้วหวังว่าคงอ่านได้ง่ายขึ้น ><

Comment

Comment:

Tweet


หนุกดี
#3 by คนน่ารัก (202.133.139.211) At 2007-05-30 05:36,
สนุกมากๆเลย มาต่ออีกน้า
#2 by T (58.8.193.180) At 2007-03-16 00:43,
โอเจ๊ตี้หายไปนานมากกกจนลืมไปแล้วนะเนี่ย.. ดีเลยต้องกลับมาอ่านทวนตั้งแต่ต้นเลยอิอิ

Free chat widget @ ShoutMix