โปรดทราบ ฟิกชั่นนี้ SPOIL เล่ม 22 (เล่มจบ) ชมรมนักสืบ Q อย่างรุนแรง หากยังไม่อ่านกรุณากดกากบาทที่ด้านขวาโดยเร็ว !!!!!!
.
....
......
........
.........
.............
...................
.............................
............................................

Fiction : ชมรมนักสืบ Q (เคลเบรอส x นานามิ )
Case 2:แพนโดร่าแห่งความลับ ตอนที่2 (จบ)
โปรดทราบ : เรื่องนี้แต่งขึ้นเกิดจากความชอบส่วนตัวของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่องจริงๆ ทั้งสิ้น....
NC-17 WARNING!!!!!
----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------
------------ NC - 17 แปลว่า อายุต่ำกว่า 17 ปีควรพิจารณาให้ดีก่อนอ่านเรื่องนี้นะคะ (จริงๆ คือ ไม่ควรอ่าน แต่ตี้เชื่อในวิจารณญาณของทุกท่านคะ ^^ )------------------
**** ลิขสิทธิ์ของ Fiction นี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****
ท้าวความเหตุการณ์ >> ต่อจากเล่ม 22 ที่อาจารย์ดันเสียชีวิต และต่อจาก CASE ที่ 1 ใน entry
http://arthy.exteen.com/20060223/fic-q-spoil
อ่าน case 2 ตอนที่ 1 ได้ที่นี่ http://arthy.exteen.com/20060305/fic-q-nc-17-x

CASE 2 : แพนโดร่าแห่งความลับ ตอนที่ 2 (จบ)
แสงตะวันสีแดงอมส้มเริ่มแตะที่ปลายขอบฟ้า เสียงคลื่นที่สาดซัดเข้าฝั่งดังเป็นระยะ สัมผัสกลิ่นไอทะเลที่ลอยมาตามกระแสลมปลุกประสาทของอดีตมือขวาของอาจารย์ดันให้ตื่นตัวขึ้น ความมึนงงที่เกิดจากการสะกดจิตที่รุนแรงนั้นยังคงปรากฏอยู่ในสมองของเขา แต่ปัญหาเฉพาะหน้าในปัจจุบันกลับไม่ใช่เรื่องนั้นเมื่อเขาพยายามจะขยับร่างกายอันหนักอึ้งกลับไม่เป็นผลเนื่องจากถูกพันธนาการด้วยกุญแจมืออย่างแน่นหนา โดยการนำมือทั้งสองข้างของเขาไพล่หลังและตรึงไว้กับเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ จากสัมผัสบอกเขาว่าเก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้บุผ้านวมที่ค่อนข้างนั่งสบายทีเดียว แต่แขนของเขาถูกตรึงโดยลอดผ่านที่พักแขนไปด้านหลังทำให้ดิ้นหลุดยากขึ้น ในขณะที่ตาถูกปิดด้วยผ้าหรืออุปกรณ์อะไรบางอย่างทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งรอบข้างได้ ทันทีที่ร่างกายของเขาพยายามจะฝืนลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อแก้บ่วงที่พันธนาการอยู่นั้น เสียงเรียบเย็นก็ทักขึ้น
อย่าฝืนไปเลย นานามิคุง เดี๋ยวจะเจ็บเอานะครับ เจ้าของเสียงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษของกรมตำรวจเอ่ยขึ้น
เคลเบรอส นานามิเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายขึ้นเพื่อเน้นย้ำ ถึงแม้ว่าตาของเขาจะถูกปิดอยู่ แต่เสียงนี้เขาไม่เคยลืม
ใช่ครับ ผมเอง ต้องการอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เสียงที่ถามเหมือนกระเซ้าทำของเคลเบรอสทำให้อีกฝ่ายเริ่มปะทุอารมณ์ขึ้นมาบ้าง
ไม่ต้องพูดมากหรอกน่า จับชั้นมาต้องการอะไร นานามิถามเสียงแข็ง
คุณนึกถึงสภาพตอนนี้ไม่ออกเหรอครับ จำได้ไหม ตอนที่อยู่ในเรือนจำพิเศษ ผมก็ถูกใส่กุญแจมือแบบนี้ ปิดตาแบบนี้ ต่างกันแค่กุญแจมือของผมเป็นแบบพิเศษแต่ของนานามิคุงเป็นแบบเหล็กธรรมดาเท่านั้น ต้องขออภัยด้วย เคลเบรอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเมื่อรำลึกถึงความหลัง แต่ก่อนที่นานามิจะเอ่ยอะไรออกมา เคลเบรอสกลับเอ่ยขัดขึ้นก่อน
จริงสิ ชุดของคุณผมก็เปลี่ยนให้ด้วยนะ ตอนนี้เป็นชุดเดียวกับที่ผมใส่ตอนที่ถูกขังอยู่ในที่ที่เปล่าเปลี่ยวแห่งนั้น คำพูดประโยคนี้ทำให้อีกฝ่ายถึงกับสะอึก หากเปลี่ยนชุดนั่นหมายถึงบันทึกของ DDC หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ฉุกเฉินทุกอย่างถูกยึดไปหมด
เอาสิ เป็นทีของนายแล้วนี่ จะฆ่าก็เชิญเลย นานามิเอ่ยท้า แต่ครั้งนี้กลับไร้เสียงตอบกลับจากเคลเบรอส อดีตหัวหน้าหน่วยอัจฉริยะของดาวมฤตยู
พลันนานามิรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาและอ่อนนุ่มบริเวณริมฝีปากของเขา ลิ้นอันอ่อนนุ่มรุกรานเข้าไปอย่างรวดเร็ว นานามิพยายามดิ้นรนต่อต้าน แต่ท่อนแขนอันแข็งแกร่งดันไหล่ทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น มือของนานามิที่ถูกตรึงไว้ด้วยกุญแจมือถูกดันจนติดกับกำแพงเย็นเฉียบเบื้องหลัง เสียงกุญแจมือเหล็กกระทบกับผนังดังเป็นระยะบ่งบอกถึงความพยายามขัดขืนของร่างที่ถูกกดทับอยู่ เมื่อเห็นว่าหมดทางสู้ นานามิตัดสินใจที่จะกำจัดสิ่งรุกรานของฝ่ายตรงข้าม แต่ราวกับฝ่ายตรงข้ามจะรู้ทันความคิดนี้ มือข้างหนึ่งที่กดไหล่ของเขาไว้ก็เปลี่ยนมาเป็นบีบกรามของเขาไว้แน่นเพื่อบังคับไม่ให้ขัดขืน ปลายลิ้นอุ่นยังคงซอกซอนไปทั่วอย่างไม่หยุดพัก จนเมื่อฝ่ายรุกรานยอมถอนริมฝีปากออก เสียงหอบหายใจของร่างที่ถูกพันธนาการจึงดังขึ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตวาดด้วยเสียงอันดัง
ทำอะไรน่ะ เคลเบรอส ต้องการอะไรกันแน่
ผมบอกแล้วไงว่าผมมีธุระกับคุณ ธุระสำคัญเสียด้วย เคลเบรอสพูดเน้นเสียงในตอนท้าย
ธุระอะไร
ก็ธุระในการทำหน้าที่ปลอบใจ ว่าที่อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนักสืบดันน่ะสิครับ
อะไรนะ? เสียงถามของนานามิยังไม่ทันขาดคำ สัญชาตญาณของนักสืบก็ร้องเตือนเขาว่า ขณะนี้มีอาวุธร้ายคมกริบกำลังจ่อที่บริเวณคอของเขาอยู่ แล้วอาวุธร้ายนั้นก็ค่อยๆ กรีดผ่านเสื้อยืดสีขาวตัวบางลงไปช้าๆ ผ่าเสื้อนั้นออกเป็นสองส่วน ผู้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเอ่ยถึงสาเหตุของการกระทำด้วยน้ำเสียงปรกติ
หนี้ในครั้งแรกผมคืนให้แล้ว แต่หนี้ในครั้งที่ปล่อยผมไปที่เซริวคัง ผมยังไม่ได้คืนให้นะนานามิคุง สัมผัสจากปลายนิ้วที่ในทีแรกคิดว่าจะหยาบกร้านแต่กลับอ่อนนุ่มค่อยๆ ขยับลงไปยังบริเวณจุดไวต่อความรู้สึกของอดีตผู้ช่วยอาจารย์ดัน ไม่เพียงเท่านั้นปลายลิ้นอุ่นยังไล่ไปสัมผัสที่บริเวณหน้าอกอีกด้วย
เฮ้ยทำอะไร ปล่อยนะ นานามิตะโกนออกมาและพยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล
ผมรู้ว่านานามิคุงกำลังเสียใจเรื่องการจากไปของดัน โมริฮิโกะ การกลั้นน้ำตาเอาไว้มันไม่ดีนะครับ ผมจะทำให้คุณปลดปล่อยออกมาสักที สิ้นเสียงของเคลเบรอส มือที่สัมผัสอยู่เบื้องล่างก็เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ลิ้นด้านบนก็ยังคงไล้เลียบริเวณยอดอกทั้งสองข้างอย่างเชี่ยวชาญ การถูกกระทำทั้งสองอย่างนี้พร้อมๆ กันในเวลาเดียว แม้กระทั่งคนใจแข็งและผ่านการฝึกฝนมาแล้วอย่างนานามิก็ไม่อาจจะทานทนไหว แต่ถึงกระนั้น ความอดทนในศักดิ์ศรีของนักสืบก็ทำให้เขาพยายามอดกลั้นเสียงครางที่เกิดขึ้นจากแรงอารมณ์ในขณะนี้
ปลายริมฝีปากที่เริ่มมีหยาดเลือดสีแดงไหลรินออกมาเนื่องจากเจ้าของร่างขบเอาไว้อย่างเต็มที่อยู่ในสายตาของผู้เฝ้ามองโดยตลอด
ไม่คิดจะร้องออกมาเหรอครับ แย่จังน้า...ถ้างั้นผมคงต้องเปลี่ยนแผนสักหน่อย เคลเบรอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ มือข้างขวายังคงขยับขึ้นลงด้วยจังหวะคงเดิม แล้วเสียงเหมือนกดสวิตช์อะไรบางอย่างก็ดังขึ้น ร่างของนานามิที่เมื่อสักครู่อยู่ในท่านั่งก็ค่อยๆ เอนลงไป
นานามิคุงอาจจะคิดว่านั่งอยู่บนเก้าอี้เฉยๆ แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นเก้าอี้นอนนะครับ เคลเบรอสอธิบายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ในขณะที่อีกฝ่ายแม้อากัปกิริยาจะถูกเปลี่ยนไปจากเดิมจากนั่งเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยมือยังถูกไพล่ไว้หลังเก้าอี้ แต่นานามิก็ยังไม่ยอมเปิดปากออกมา เพราะเกรงว่าจะเผลอครางออกไป
เป็นคนที่ยุ่งยากจริงๆ นะครับ นานามิคุง เคลเบรอสถอนหายใจเฮือกนึง ก่อนจะใช้มือข้างซ้ายที่ว่างอยู่เลื่อนกางเกงที่ถูกถอดไว้ครึ่งหนึ่งแล้วออก
หยุดนะ!... โอ๊ะ!.... นานามิที่เห็นว่าเริ่มจะเลยเถิด ตัดสินใจร้องห้ามออกมา แต่นั่นช้าเกินกว่านิ้วมือที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันหอมนิ้วหนึ่งของเคลเบรอสที่แทรกผ่านเข้าสู่ช่องแคบเบื้องหลังของเขาอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดจากการแทรกสอดอย่างกะทันหันทำให้นานามิถึงกับนิ่งขึงไปทีเดียว
อย่ากลั้นมันไว้เลยครับนานามิคุง นับตั้งแต่วันที่เราแรกที่เราพบกัน เราก็มีชะตากรรมร่วมกันอยู่แล้ว นิ้วของเคลเบรอสที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันหอมยังคงทำหน้าที่กระตุ้นอยู่ตลอดเวลาร่วมกับมือทางขวาที่ยังคงเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นน้ำมันหอมหวลไปทั่วบริเวณห้องโถงแห่งนั้น เสียงคลื่นที่ซาซัดอยู่เป็นพักๆ ที่เหมือนจะหายไปในมโนสำนึก เริ่มกลายเป็นเหมือนดนตรีขับกล่อม
อึก...แต่นั่น.....มะ...มันในฐานะ...ศัตรู เสียงของนานามิเริ่มขาดเป็นห้วงๆ เพราะนิ้วที่สองก็ถูกสอดแทรกเข้าไป อารมณ์ที่พยายามสะกัดกั้นไว้บัดนี้เริ่มจะกระจัดกระจายภายในสมองที่มึนงงจากกลิ่นของน้ำมันหอมที่อีกฝ่ายใช้เพื่อให้การแทรกสอดเป็นไปได้สะดวกขึ้น
ศัตรูกับมิตรต่างกันเพียงแค่เส้นบางๆ ความสัมพันธ์ของเราสองเปรียบเสมือนเส้นขนานอยู่แล้ว แม้ว่ามันจะไม่มีทางบรรจบกันแต่ต้องอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เคลเบรอสปล่อยมือขวาจากจุดไวต่อความรู้สึกเบื้องล่างขึ้นมาจับคางของนานามิไว้ ก่อนจะปลดที่ปิดตาออกอย่างรวดเร็ว แสงสีส้มยามเย็นที่ส่องเข้ามาทำให้ตาสีน้ำตาลเข้มต้องเขม่นลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพแรกที่เห็นตรงหน้าคือแววตาสีมรกตเย็นเยือกที่จ้องตรงมายังเขา และร่างล่ำสันของอีกฝ่ายที่อยู่ในสภาพเปล่าเปลือยเช่นเดียวกับเขา รอยยิ้มบางฉายแววกำชัยเหนือร่างที่อยู่เบื้องล่างอย่างเห็นได้ชัด
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองฝ่ายจะเอ่ยอะไร ความเจ็บปวดอย่างลึกล้ำจากการถูกร่างที่ทับอยู่สอดแทรกเข้าสู่ช่องแคบที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันหอมและแรงอารมณ์ที่เกินจะยับยั้ง โลหิตสีแดงไหลออกมาจากช่องทางนั้นเพราะการกระทำที่รุนแรงของอีกฝ่าย
โอ้ย... หยาดน้ำใสหยดหนึ่งเอ่อล้นออกมาจากนัยน์ตาของร่างที่ถูกกระทำเบื้องล่าง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่อาจห้ามได้
ในที่สุดก็ออกมาสักทีนะครับ อย่าให้มันออกมาแค่หยดเดียวเลย ให้มันออกมามากกว่านี้เถอะนะครับ นานามิคุง เคลเบรอสกล่าวจบก็กระแทกส่วนล่างของร่างกายของตนกับร่างเบื้องล่างอย่างแรง นานามิได้แต่กัดฟันด้วยความเจ็บปวด ร่างกำยำเบื้องบนหาได้ผ่อนแรงลงไปกลับกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่จูบซับไปบริเวณนัยน์ตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำใส มือข้างหนึ่งโอบรัดร่างของนักสืบหนุ่มเข้ามากระชับ ในขณะที่มืออีกข้างก็สอดแทรกเข้าไปในปากของอีกฝ่ายเพื่อให้เสียงลอดออกมา
อดกลั้นไว้ไม่ดีนะครับ ผมรู้ ว่านานามิคุงเองก็รู้สึกดีเช่นเดียวกับผม เคลเบรอสยิ้มแสยะ เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังกังวานไปทั่วห้อง ความรู้สึกเสียวซ่านที่เพิ่มขึ้นในกายของนักสืบหนุ่มเริ่มที่จะหักห้ามเอาไว้ไม่ไหว
ระ...เรื่อง..บะ...แบบ...นะ...นี้... เสียงของนานามิเริ่มขาดห้วงไปอีกเมื่ออีกฝ่ายเร่งจังหวะมากขึ้น เคลเบรอสจูบไปที่บริเวณซอกคอและการกระทำนี้เป็นผลอย่างเกินขาดต่อร่างของนักสืบหนุ่มที่บัดนี้กำลังกระเจิงด้วยแรงอารมณ์
อา.... เสียงนี้เรียกรอยยิ้มของเคลเบรอสออกมาอีกครั้ง เขาพรมจูบไปทั่วซอกคอของอีกฝ่าย ในขณะที่ส่วนล่างค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงแล้วถอนตัวออกมาจากร่างที่หอบหายใจแรงอยู่เบื้องล่าง
ตรงนี้เองเหรอครับ น่าจะบอกเสียตั้งแต่แรก ปล่อยให้ผมหาเสียตั้งนาน เสียงเอ่ยออกมาจากพึงใจของเคลเบรอส แล้วมือนึงก็เอื้อมไปไขล็อคของกุญแจมือที่ตรึงมือทั้งสองข้างกับเก้าอี้ของอีกฝ่ายออก นานามิเห็นสบโอกาสจึงพยายามจะลุกขึ้นหนี แต่อีกฝ่ายเร็วกว่าจับข้อมือซ้ายซึ่งเป็นด้านที่ยังมีกุญแจมือติดอยู่ล็อคเข้ากับที่วางแขน
ปล่อย! ชั้นไม่ยอมให้นายทำเรื่องทุเรศๆ นี่ต่อไปแล้ว นานามิตะโกน สายตาเขาเพิ่งเห็นสภาพห้องรอบด้าน ห้องนี้เป็นห้องโถงเปิดโล่ง ด้านขวาเป็นกระจกมองเห็นท้องฟ้าและทะเลยามเย็น ภายในตกแต่งสไตล์อังกฤษ แต่มีเพียงเก้าอี้นอนตัวนี้เพียงตัวเดียวที่ถูกแยกออกมากลางห้องให้ชิดกับผนังบ่งบอกถึงการวางแผนเป็นอย่างดีของบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยร่างกายเปลือยเปล่า แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันที่สาดส่องเข้ามาทำให้เห็นร่างกำยำของเขาราวกับรูปสลักของเทพบุตร ก่อนที่ความคิดของนานามิจะไปไกลกว่านี้ เสียงหัวเราะหยันของบุรุษตรงหน้าก็ดังขึ้น
ฮ่าฮ่าฮ่า เรื่องทุเรศๆ ที่คุณกำลังพูดถึงก็ทำให้ทั้งนานามิคุงและผมรู้สึกดีจริงไหมครับ เคลเบรอสหัวเราะก่อนจะเอ่ยประโยคที่แทงใจดำร่างที่ถูกตรึงไว้ตรงหน้า พลันเสียงนาฬิกาลูกตุ้มจากห้องด้านในก็ดังไปทั่วบริเวณ ราวกับจะเร่งเร้าให้ฝ่ายเจ้าของคฤหาสน์ต้องเร่งเวลามากขึ้น
คงต้องรีบแล้วล่ะครับ อีกเดี๋ยวลูกศิษย์ที่รักทั้งห้ากำลังจะมาช่วยอาจารย์ของเขาแล้ว โดยฝีมือของปรินซ์ริวและเด็กๆ จาก Q Class ผมคาดว่าไม่น่าจะเกิน 2 ชั่วโมงนับจากนี้ กล่าวจบเคลเบรอสแทรกกายจากทางด้านขวาของนานามิกลายเป็นตนเองนั่งอยู่เบื้องล่างแทน นานามิพยายามต่อสู้ด้วยแรงที่เหลืออยู่ แต่ด้วยมือขวาเพียงมือเดียวจึงไม่อาจแข็งขืนอะไรได้
เคลเบรอสที่บัดนี้ล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของอีกฝ่าย ใช้ลิ้นอุ่นไล้เลียไปทั่วบริเวณต้นคอ ทำให้อารมณ์ที่เริ่มสงบลงของอีกฝ่ายเริ่มจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
จะ...จะทำอะไรอีก
ทำทุกอย่างให้เรียบร้อยไงครับ สำหรับทั้งคุณและผม เสียงมือจุ่มน้ำมันหอมบนโต๊ะเล็กๆ ด้านข้างๆ ดังขึ้น ก่อนที่นิ้วทั้งสองนิ้วจะแทรกเข้าไปเบื้องหลังอีกครั้ง ครานี้ดูจะง่ายกว่าหนก่อน เนื่องจากน้ำมันหอมที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
นะ...นี่มัน.....เป็นเพียงความใคร่ที่ชั่วช้า นานามิพยายามโต้แย้งความรู้สึกที่ท่วมท้นออกมาจากร่างกายของตนเอง
ความใคร่กับความรักต่างก็เป็นสิ่งต้องห้ามที่หลุดลอดออกมาจากแพนโดร่าทั้งคู่ แต่ผมว่า.... เคลเบรอสยกร่างของนานามิขึ้นเล็กน้อยก่อนจะนำส่วนล่างที่บัดนี้ตื่นตัวพร้อมเช่นกันของเขาแทรกเข้าไปอย่างรวดเร็วและขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ
สำหรับเราคงเป็นความรักมากกว่านะครับ ความรักต้องห้ามเช่นเดียวกับฮาเดสราชาแห่งยมโลกผู้พี่กับซีอุสจอมเทพแห่งสวรรค์ผู้น้องไงล่ะ มือข้างหนึ่งของเคลเบรอสเอื้อมไปลูบจุดไวต่อความรู้สึกเบื้องล่างอย่างแผ่วเบาและสัมผัสราวหยอกล้อ อารมณ์ของนานามิที่แต่เดิมถูกปลุกเร้ามาอยู่แล้ว เมื่อถูกรุกรานเป็นครั้งที่สองนี้ก็ยากจะทานทน
อะ.... เคล....เบ....รอส....ยะ.....หยุด..... นานามิร้องห้ามแต่ไม่เป็นผล ลิ้นที่คลอเคลียอยู่บริเวณคอ เลื่อนมาที่ข้างหูจะบริเวณต้นคอด้านหลังก่อนจะจูบเนิ่นนานจนฝากรอยจูบไว้เป็นสีแดงระเรื่อ
จริงๆ ผมไม่ควรฝากร่องรอยอะไรไว้บนร่างคุณ แต่รอยนี้จะเป็นสิ่งที่บอกว่า คุณ
ในขณะที่เคลเบรอสเมื่อสังเกตเห็นอาการของอีกฝ่าย จึงปลดกุญแจมือออกและโอบกอดร่างที่บัดนี้สลบไสลอยู่ในอ้อมกอดของเขาไว้กระชับกับมือ นัยน์ตาสีมรกตบ่งบอกความนัยบางประการเมื่อมองออกไปที่ท้องทะเลทางด้านขวา ก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆ
ความรัก ความแค้น ศัตรู มิตร นักสืบ อาชญากร ทั้งสองสิ่งนี้ย่อมอยู่คู่กันเป็นเส้นขนาน แม้จะไม่อาจบรรจบกันได้ แต่หากไม่มีนักสืบ ดอกไม้แห่งอาชญากรรมก็ไม่อาจเบ่งบานอย่างสวยงามได้ จำไว้มันไม่อาจบรรจบกันได้ตลอดกาลแต่จะอยู่เคียงข้างตลอดไปคำสอนของคิงฮาเดส ผู้ชุบเลี้ยงตนเองมาวนไปวนมาอยู่ในสมองของเคลเบรอส ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
เสียงนาฬิกาบอกเวลาดังขึ้นอีกครั้ง แสงตะวันลาลับไปแล้ว แสงจันทร์นวลเริ่มขึ้นมาจากขอบนภาทางทิศตะวันออก เตือนสติให้เคลเบรอสทราบถึงภาระของตน เขาลุกขึ้นจากท่านั่งที่ตระกองกอดร่างของนักสืบหนุ่มไว้แนบแน่น ก่อนจะแตะไปที่หน้าของนานามิเบาๆ เพื่อเรียกสติให้ฟื้นคืน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มค่อยๆ สั่นพลิ้วและเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ประสานเข้ากับนัยน์ตาสีมรกตที่ยังคงฉายแววเย็นเยือกแต่แฝงความเศร้าบางประการไว้ในนั้น มือข้างหนึ่งของเคลเบรอสยกนาฬิกาสัญลักษณ์ของดาวมฤตยูออกมาตรงหน้าพร้อมกับกล่าวว่า
แพนโดร่าแห่งความลับเอย จงปิดกล่องของเจ้าลง...ตลอดกาล
กล่าวจบร่างเปลือยเปล่าของนานามิ โคทาโร่ล้มลงไปนอนอีกครั้งจากผลกระทบของการสะกดจิต ทิ้งให้ร่างสูงที่บัดนี้สวมชุดสูทสีดำให้กับร่างของตนและสูทสีขาวประจำตัวให้กับร่างที่ไม่ได้สติและย้ายร่างของเขาโดยพลการไปยังห้องโถงอีกห้องหนึ่ง ตรึงกุญแจมือเหล็กไพล่มือของเขาไว้เบื้องหลังกับเก้าอี้เช่นเดียวกับคราแรกที่เข้ามา แล้วบุรุษร่างสูงในชุดสูทสีดำก็เดินจากไปโดยทิ้งร่างของนักสืบแห่ง DDC ศัตรูคู่อาฆาตตลอดชีวิตของเขาไว้เพียงเบื้องหลัง
เสียงนาฬิกาดังขึ้นเป็นครั้งที่สามแล้วนับตั้งแต่นานามิเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ คฤหาสน์ริมทะเล สมบัติแห่งสุดท้ายของดาวมฤตยูที่ยังเหลืออยู่ทำลายความเงียบสงัดในยามวิกาลลง ก่อนที่เสียงจ๊อกแจ๊กของเด็กกลุ่มหนึ่งจะดังขึ้น
ทางนี้ๆ เร็วเข้าทางนี้!!! เสียงตะโกนจากหนุ่มน้อยทายาทเพียงคนเดียวของอดีตมือขวาของอาจารย์ดันตะโกนขึ้นอย่างเร่งร้อน
อาจารย์นานามิ อาจารย์นานามิ เสียงปลุกจากเด็กทั้งห้าแห่ง Q class เรียกสติของเขา ในขณะที่ฮนโง เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนักสืบดันใช้อุปกรณ์พิเศษในสมุด DDC ปลดกุญแจมือให้กับเขา
อะ..... บุรุษในชุดสูทขาวบัดนี้ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ความปวดเมื่อยไม่ทั่วร่างกายโดยเฉพาะตรงบริเวณสะโพกทำให้เขาลุกไม่ขึ้น
เป็นยังไงบ้างนานามิ? / เป็นยังไงบ้างครับอาจารย์นานามิ? เสียงระล่ำระลักถามจากคนที่อยู่รอบข้างเขา ทำให้นานามิต้องพยายามฝืนทำตัวแข็งแรงกว่าที่ตนเองเป็น
ไม่เป็นไรหรอกน่า เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นานามิพยายามฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ทั่วทั้งร่างกายเจ็บปวดไปหมด
อาจารย์ถูกเคลเบรอสจับมา พวกผมได้รับจดหมายปริศนาจึงช่วยกันไขแล้วออกตามหาอาจารย์จนมาเจอคฤหาสน์นี้ คิวเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงบ่งบอกอาการตื่นเต้น
คฤหาสน์? นานามิถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
คฤหาสน์หลังนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของดาวมฤตยู ว่าแต่อาจารย์บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ น้ำเสียงเย็นเรียบบ่งบอกอาการโล่งใจมากกว่าตื่นเต้นของอดีตรัชทายาทแห่งดาวมฤตยู อามาคุสะ ริว
เอ๊ะ อาจารย์มีรอยจ้ำแดงที่ต้นคอด้วย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ!! คิวส่งเสียงถามอย่างตกใจ ขณะที่เจ้าตัวเพียงเอื้อมมือไปสัมผัสบริเวณต้นคอ พลันหยาดน้ำใสปริมาณมากก็ไหลออกมาจากดวงตาสีเหล็กกล้านั่นโดยที่เจ้าตัวยังคงไม่รู้ตัว
อาจารย์นานามิเจ็บเหรอคะ เมงุตกใจเมื่อเห็นน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของผู้ที่อยู่เบื้องหน้า
เปล่า นานามิเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง ยิ้มกว้างเช่นเคย
งั้นน้ำตานั่นแปลว่าอะไรครับอาจารย์? ริวถามขึ้นด้วยความสงสัย
อ้าวเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่มีอะไรหรอก ละครใหม่ของชั้นเอง ขอบคุณ Q Class ทุกคนมาก ออกไปรอด้านนอกก่อนละกัน ขอชั้นคุยกับฮนโงหน่อยได้ไหม ฮนโงได้ยินดังนั้นก็เข้าใจเจตนาของเพื่อน พยักหน้าให้นักเรียนทั้งห้าคนออกไปด้านนอกก่อน ก่อนจะหันมาถามด้วยความเป็นห่วง
หนักมากเลยสินะ นานามิ ถึงกับลุกไม่ขึ้นเลย โดนอะไรไปบ้างล่ะ
ชั้นก็จำไม่ได้เหมือนกัน จำได้แต่ว่าครั้งสุดท้ายเจอเจ้านั้นที่สวนหลังอาคารเรียนแล้วสติก็วูบไป นานามิพยายามรวบรวมความคิดแต่ราวกับมีเมฆหมอกหนาทึบปิดบังอยู่
งั้นกลับกันเถอะ ให้ชั้นประคองนายไปเอง ฮนโงเดินมาประคองนานามิขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่
ขอบคุณ
แล้วร่างของนักสืบแห่ง DDC ทั้งสองก็เดินหายลับไปจากคฤหาสน์ริมทะเล ทิ้งไว้เพียงบุรุษในชุดสูทสีดำที่ทอดสายตาตามออกไป พลางเอ่ยราวกับต้องการให้อีกฝ่ายได้ยินว่า
โชคดีนะครับ นานามิคุง ผมจะรอจนกว่าคุณจะกลายเป็นยอดนักสืบ เช่นเดียวกับผมที่จะเริ่มใหม่อีกครั้งในฐานะโคออดิเนเตอร์อาชญากรรม จนกว่าจะได้พบกันใหม่ See You Next Case
To Be Continued or End??

Writer's Talk >> เขียนจบแล้ว อ๊ากกก Amazing ตัวเองมาก กะ 2 ตอนไม่เกิน 4 หน้า นี่ล่อไป 10 กว่าหน้า (เก็บกดจัด)
ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านฟิกชั่นอันนี้ และขออภัยเนื่องจากพิมพ์แล้วยังไม่มีเวลาอ่านทานแต่ขอเอามาอัพก่อนเนื่องจากจะต้องไปธุระ คงได้เข้ามาตรวจ proof อีกครั้งตอนดึก ๆ กราบขออภัยอย่างแรงอีกครั้ง สำหรับความขี้เกียจ
ขอโทษโรจังด้วยที่ผิดสัญญาไม่ทันวันอาทิตย์ง่า
(พี่โดนกองกำลังสนธิบุกชีวิตอยู่)
ขอแอบเม้าท์นิดนึง เพิ่งทราบคราวนี้นี่แหละคะว่า เขียนฉาก ภาษาปรกติ ที่ไม่ใช่ ราชาศัพท์ เขียนยากกว่ามากเลย อย่าง ตย. ถ้า "ลิ้น" ราชาศัพท์ก็ใช้ พระชิวหา, ชิวหาฯลฯ แต่ฟิกธรรมดาไม่อยากใช้คำว่าลิ้นเฉยๆ บ่อยๆ จะใช้ชิวหาหรือก็ดูสูงไป จึงออกมาให้รูปแบบนี้ท่านใดมีคำแนะนำอะไรเชิญวิจารณ์ได้เต็มที่น้อมรับคะ 
ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านอีกครั้งนะคะ
คารวะ 1 จอก
ยินดีต้อนรับทุก comment ค่า
มันคลาสสิคและใช้กันหลายหลายดีจริง ๆ เนอะ อิอิ
55555 สมเป็นเคลนานาที่หนูเฝ้ารอคอยอย่างแรงๆเลยค่ะพี่สาว อั๊ง---