2006/Mar/07

โปรดทราบ ฟิกชั่นนี้ SPOIL เล่ม 22 (เล่มจบ) ชมรมนักสืบ Q อย่างรุนแรง หากยังไม่อ่านกรุณากดกากบาทที่ด้านขวาโดยเร็ว !!!!!!

.

....

......

........

.........

.............

...................

.............................

............................................

Fiction : ชมรมนักสืบ Q (เคลเบรอส x นานามิ )

Case 2:แพนโดร่าแห่งความลับ ตอนที่2 (จบ)

โปรดทราบ : เรื่องนี้แต่งขึ้นเกิดจากความชอบส่วนตัวของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่องจริงๆ ทั้งสิ้น....

NC-17 WARNING!!!!!

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

------------ NC - 17 แปลว่า อายุต่ำกว่า 17 ปีควรพิจารณาให้ดีก่อนอ่านเรื่องนี้นะคะ (จริงๆ คือ ไม่ควรอ่าน แต่ตี้เชื่อในวิจารณญาณของทุกท่านคะ ^^ )------------------

**** ลิขสิทธิ์ของ Fiction นี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง ห้ามนำไป copy paste แปะ ปรับปรุง ตัดต่อ เพิ่มเติม หรือกระทำการใดๆ ก็ตามก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อนนะคะ ****

ท้าวความเหตุการณ์ >> ต่อจากเล่ม 22 ที่อาจารย์ดันเสียชีวิต และต่อจาก CASE ที่ 1 ใน entry

http://arthy.exteen.com/20060223/fic-q-spoil

อ่าน case 2 ตอนที่ 1 ได้ที่นี่ http://arthy.exteen.com/20060305/fic-q-nc-17-x

CASE 2 : แพนโดร่าแห่งความลับ ตอนที่ 2 (จบ)

แสงตะวันสีแดงอมส้มเริ่มแตะที่ปลายขอบฟ้า เสียงคลื่นที่สาดซัดเข้าฝั่งดังเป็นระยะ สัมผัสกลิ่นไอทะเลที่ลอยมาตามกระแสลมปลุกประสาทของอดีตมือขวาของอาจารย์ดันให้ตื่นตัวขึ้น ความมึนงงที่เกิดจากการสะกดจิตที่รุนแรงนั้นยังคงปรากฏอยู่ในสมองของเขา แต่ปัญหาเฉพาะหน้าในปัจจุบันกลับไม่ใช่เรื่องนั้นเมื่อเขาพยายามจะขยับร่างกายอันหนักอึ้งกลับไม่เป็นผลเนื่องจากถูกพันธนาการด้วยกุญแจมืออย่างแน่นหนา โดยการนำมือทั้งสองข้างของเขาไพล่หลังและตรึงไว้กับเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ จากสัมผัสบอกเขาว่าเก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้บุผ้านวมที่ค่อนข้างนั่งสบายทีเดียว แต่แขนของเขาถูกตรึงโดยลอดผ่านที่พักแขนไปด้านหลังทำให้ดิ้นหลุดยากขึ้น ในขณะที่ตาถูกปิดด้วยผ้าหรืออุปกรณ์อะไรบางอย่างทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งรอบข้างได้ ทันทีที่ร่างกายของเขาพยายามจะฝืนลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อแก้บ่วงที่พันธนาการอยู่นั้น เสียงเรียบเย็นก็ทักขึ้น

อย่าฝืนไปเลย นานามิคุง เดี๋ยวจะเจ็บเอานะครับ เจ้าของเสียงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษของกรมตำรวจเอ่ยขึ้น

เคลเบรอส นานามิเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายขึ้นเพื่อเน้นย้ำ ถึงแม้ว่าตาของเขาจะถูกปิดอยู่ แต่เสียงนี้เขาไม่เคยลืม

ใช่ครับ ผมเอง ต้องการอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เสียงที่ถามเหมือนกระเซ้าทำของเคลเบรอสทำให้อีกฝ่ายเริ่มปะทุอารมณ์ขึ้นมาบ้าง

ไม่ต้องพูดมากหรอกน่า จับชั้นมาต้องการอะไร นานามิถามเสียงแข็ง

คุณนึกถึงสภาพตอนนี้ไม่ออกเหรอครับ จำได้ไหม ตอนที่อยู่ในเรือนจำพิเศษ ผมก็ถูกใส่กุญแจมือแบบนี้ ปิดตาแบบนี้ ต่างกันแค่กุญแจมือของผมเป็นแบบพิเศษแต่ของนานามิคุงเป็นแบบเหล็กธรรมดาเท่านั้น ต้องขออภัยด้วย เคลเบรอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเมื่อรำลึกถึงความหลัง แต่ก่อนที่นานามิจะเอ่ยอะไรออกมา เคลเบรอสกลับเอ่ยขัดขึ้นก่อน

จริงสิ ชุดของคุณผมก็เปลี่ยนให้ด้วยนะ ตอนนี้เป็นชุดเดียวกับที่ผมใส่ตอนที่ถูกขังอยู่ในที่ที่เปล่าเปลี่ยวแห่งนั้น คำพูดประโยคนี้ทำให้อีกฝ่ายถึงกับสะอึก หากเปลี่ยนชุดนั่นหมายถึงบันทึกของ DDC หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ฉุกเฉินทุกอย่างถูกยึดไปหมด

เอาสิ เป็นทีของนายแล้วนี่ จะฆ่าก็เชิญเลย นานามิเอ่ยท้า แต่ครั้งนี้กลับไร้เสียงตอบกลับจากเคลเบรอส อดีตหัวหน้าหน่วยอัจฉริยะของดาวมฤตยู

พลันนานามิรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาและอ่อนนุ่มบริเวณริมฝีปากของเขา ลิ้นอันอ่อนนุ่มรุกรานเข้าไปอย่างรวดเร็ว นานามิพยายามดิ้นรนต่อต้าน แต่ท่อนแขนอันแข็งแกร่งดันไหล่ทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น มือของนานามิที่ถูกตรึงไว้ด้วยกุญแจมือถูกดันจนติดกับกำแพงเย็นเฉียบเบื้องหลัง เสียงกุญแจมือเหล็กกระทบกับผนังดังเป็นระยะบ่งบอกถึงความพยายามขัดขืนของร่างที่ถูกกดทับอยู่ เมื่อเห็นว่าหมดทางสู้ นานามิตัดสินใจที่จะกำจัดสิ่งรุกรานของฝ่ายตรงข้าม แต่ราวกับฝ่ายตรงข้ามจะรู้ทันความคิดนี้ มือข้างหนึ่งที่กดไหล่ของเขาไว้ก็เปลี่ยนมาเป็นบีบกรามของเขาไว้แน่นเพื่อบังคับไม่ให้ขัดขืน ปลายลิ้นอุ่นยังคงซอกซอนไปทั่วอย่างไม่หยุดพัก จนเมื่อฝ่ายรุกรานยอมถอนริมฝีปากออก เสียงหอบหายใจของร่างที่ถูกพันธนาการจึงดังขึ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตวาดด้วยเสียงอันดัง

ทำอะไรน่ะ เคลเบรอส ต้องการอะไรกันแน่

ผมบอกแล้วไงว่าผมมีธุระกับคุณ ธุระสำคัญเสียด้วย เคลเบรอสพูดเน้นเสียงในตอนท้าย

ธุระอะไร

ก็ธุระในการทำหน้าที่ปลอบใจ ว่าที่อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนักสืบดันน่ะสิครับ

อะไรนะ? เสียงถามของนานามิยังไม่ทันขาดคำ สัญชาตญาณของนักสืบก็ร้องเตือนเขาว่า ขณะนี้มีอาวุธร้ายคมกริบกำลังจ่อที่บริเวณคอของเขาอยู่ แล้วอาวุธร้ายนั้นก็ค่อยๆ กรีดผ่านเสื้อยืดสีขาวตัวบางลงไปช้าๆ ผ่าเสื้อนั้นออกเป็นสองส่วน ผู้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเอ่ยถึงสาเหตุของการกระทำด้วยน้ำเสียงปรกติ

หนี้ในครั้งแรกผมคืนให้แล้ว แต่หนี้ในครั้งที่ปล่อยผมไปที่เซริวคัง ผมยังไม่ได้คืนให้นะนานามิคุง สัมผัสจากปลายนิ้วที่ในทีแรกคิดว่าจะหยาบกร้านแต่กลับอ่อนนุ่มค่อยๆ ขยับลงไปยังบริเวณจุดไวต่อความรู้สึกของอดีตผู้ช่วยอาจารย์ดัน ไม่เพียงเท่านั้นปลายลิ้นอุ่นยังไล่ไปสัมผัสที่บริเวณหน้าอกอีกด้วย

เฮ้ยทำอะไร ปล่อยนะ นานามิตะโกนออกมาและพยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล

ผมรู้ว่านานามิคุงกำลังเสียใจเรื่องการจากไปของดัน โมริฮิโกะ การกลั้นน้ำตาเอาไว้มันไม่ดีนะครับ ผมจะทำให้คุณปลดปล่อยออกมาสักที สิ้นเสียงของเคลเบรอส มือที่สัมผัสอยู่เบื้องล่างก็เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ลิ้นด้านบนก็ยังคงไล้เลียบริเวณยอดอกทั้งสองข้างอย่างเชี่ยวชาญ การถูกกระทำทั้งสองอย่างนี้พร้อมๆ กันในเวลาเดียว แม้กระทั่งคนใจแข็งและผ่านการฝึกฝนมาแล้วอย่างนานามิก็ไม่อาจจะทานทนไหว แต่ถึงกระนั้น ความอดทนในศักดิ์ศรีของนักสืบก็ทำให้เขาพยายามอดกลั้นเสียงครางที่เกิดขึ้นจากแรงอารมณ์ในขณะนี้

ปลายริมฝีปากที่เริ่มมีหยาดเลือดสีแดงไหลรินออกมาเนื่องจากเจ้าของร่างขบเอาไว้อย่างเต็มที่อยู่ในสายตาของผู้เฝ้ามองโดยตลอด

ไม่คิดจะร้องออกมาเหรอครับ แย่จังน้า...ถ้างั้นผมคงต้องเปลี่ยนแผนสักหน่อย เคลเบรอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ มือข้างขวายังคงขยับขึ้นลงด้วยจังหวะคงเดิม แล้วเสียงเหมือนกดสวิตช์อะไรบางอย่างก็ดังขึ้น ร่างของนานามิที่เมื่อสักครู่อยู่ในท่านั่งก็ค่อยๆ เอนลงไป

นานามิคุงอาจจะคิดว่านั่งอยู่บนเก้าอี้เฉยๆ แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นเก้าอี้นอนนะครับ เคลเบรอสอธิบายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ในขณะที่อีกฝ่ายแม้อากัปกิริยาจะถูกเปลี่ยนไปจากเดิมจากนั่งเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยมือยังถูกไพล่ไว้หลังเก้าอี้ แต่นานามิก็ยังไม่ยอมเปิดปากออกมา เพราะเกรงว่าจะเผลอครางออกไป

เป็นคนที่ยุ่งยากจริงๆ นะครับ นานามิคุง เคลเบรอสถอนหายใจเฮือกนึง ก่อนจะใช้มือข้างซ้ายที่ว่างอยู่เลื่อนกางเกงที่ถูกถอดไว้ครึ่งหนึ่งแล้วออก

หยุดนะ!... โอ๊ะ!.... นานามิที่เห็นว่าเริ่มจะเลยเถิด ตัดสินใจร้องห้ามออกมา แต่นั่นช้าเกินกว่านิ้วมือที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันหอมนิ้วหนึ่งของเคลเบรอสที่แทรกผ่านเข้าสู่ช่องแคบเบื้องหลังของเขาอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดจากการแทรกสอดอย่างกะทันหันทำให้นานามิถึงกับนิ่งขึงไปทีเดียว

อย่ากลั้นมันไว้เลยครับนานามิคุง นับตั้งแต่วันที่เราแรกที่เราพบกัน เราก็มีชะตากรรมร่วมกันอยู่แล้ว นิ้วของเคลเบรอสที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันหอมยังคงทำหน้าที่กระตุ้นอยู่ตลอดเวลาร่วมกับมือทางขวาที่ยังคงเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นน้ำมันหอมหวลไปทั่วบริเวณห้องโถงแห่งนั้น เสียงคลื่นที่ซาซัดอยู่เป็นพักๆ ที่เหมือนจะหายไปในมโนสำนึก เริ่มกลายเป็นเหมือนดนตรีขับกล่อม

อึก...แต่นั่น.....มะ...มันในฐานะ...ศัตรู เสียงของนานามิเริ่มขาดเป็นห้วงๆ เพราะนิ้วที่สองก็ถูกสอดแทรกเข้าไป อารมณ์ที่พยายามสะกัดกั้นไว้บัดนี้เริ่มจะกระจัดกระจายภายในสมองที่มึนงงจากกลิ่นของน้ำมันหอมที่อีกฝ่ายใช้เพื่อให้การแทรกสอดเป็นไปได้สะดวกขึ้น

ศัตรูกับมิตรต่างกันเพียงแค่เส้นบางๆ ความสัมพันธ์ของเราสองเปรียบเสมือนเส้นขนานอยู่แล้ว แม้ว่ามันจะไม่มีทางบรรจบกันแต่ต้องอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เคลเบรอสปล่อยมือขวาจากจุดไวต่อความรู้สึกเบื้องล่างขึ้นมาจับคางของนานามิไว้ ก่อนจะปลดที่ปิดตาออกอย่างรวดเร็ว แสงสีส้มยามเย็นที่ส่องเข้ามาทำให้ตาสีน้ำตาลเข้มต้องเขม่นลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพแรกที่เห็นตรงหน้าคือแววตาสีมรกตเย็นเยือกที่จ้องตรงมายังเขา และร่างล่ำสันของอีกฝ่ายที่อยู่ในสภาพเปล่าเปลือยเช่นเดียวกับเขา รอยยิ้มบางฉายแววกำชัยเหนือร่างที่อยู่เบื้องล่างอย่างเห็นได้ชัด

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองฝ่ายจะเอ่ยอะไร ความเจ็บปวดอย่างลึกล้ำจากการถูกร่างที่ทับอยู่สอดแทรกเข้าสู่ช่องแคบที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันหอมและแรงอารมณ์ที่เกินจะยับยั้ง โลหิตสีแดงไหลออกมาจากช่องทางนั้นเพราะการกระทำที่รุนแรงของอีกฝ่าย

โอ้ย... หยาดน้ำใสหยดหนึ่งเอ่อล้นออกมาจากนัยน์ตาของร่างที่ถูกกระทำเบื้องล่าง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่อาจห้ามได้

ในที่สุดก็ออกมาสักทีนะครับ อย่าให้มันออกมาแค่หยดเดียวเลย ให้มันออกมามากกว่านี้เถอะนะครับ นานามิคุง เคลเบรอสกล่าวจบก็กระแทกส่วนล่างของร่างกายของตนกับร่างเบื้องล่างอย่างแรง นานามิได้แต่กัดฟันด้วยความเจ็บปวด ร่างกำยำเบื้องบนหาได้ผ่อนแรงลงไปกลับกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่จูบซับไปบริเวณนัยน์ตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำใส มือข้างหนึ่งโอบรัดร่างของนักสืบหนุ่มเข้ามากระชับ ในขณะที่มืออีกข้างก็สอดแทรกเข้าไปในปากของอีกฝ่ายเพื่อให้เสียงลอดออกมา

อดกลั้นไว้ไม่ดีนะครับ ผมรู้ ว่านานามิคุงเองก็รู้สึกดีเช่นเดียวกับผม เคลเบรอสยิ้มแสยะ เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังกังวานไปทั่วห้อง ความรู้สึกเสียวซ่านที่เพิ่มขึ้นในกายของนักสืบหนุ่มเริ่มที่จะหักห้ามเอาไว้ไม่ไหว

ระ...เรื่อง..บะ...แบบ...นะ...นี้... เสียงของนานามิเริ่มขาดห้วงไปอีกเมื่ออีกฝ่ายเร่งจังหวะมากขึ้น เคลเบรอสจูบไปที่บริเวณซอกคอและการกระทำนี้เป็นผลอย่างเกินขาดต่อร่างของนักสืบหนุ่มที่บัดนี้กำลังกระเจิงด้วยแรงอารมณ์

อา.... เสียงนี้เรียกรอยยิ้มของเคลเบรอสออกมาอีกครั้ง เขาพรมจูบไปทั่วซอกคอของอีกฝ่าย ในขณะที่ส่วนล่างค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงแล้วถอนตัวออกมาจากร่างที่หอบหายใจแรงอยู่เบื้องล่าง

ตรงนี้เองเหรอครับ น่าจะบอกเสียตั้งแต่แรก ปล่อยให้ผมหาเสียตั้งนาน เสียงเอ่ยออกมาจากพึงใจของเคลเบรอส แล้วมือนึงก็เอื้อมไปไขล็อคของกุญแจมือที่ตรึงมือทั้งสองข้างกับเก้าอี้ของอีกฝ่ายออก นานามิเห็นสบโอกาสจึงพยายามจะลุกขึ้นหนี แต่อีกฝ่ายเร็วกว่าจับข้อมือซ้ายซึ่งเป็นด้านที่ยังมีกุญแจมือติดอยู่ล็อคเข้ากับที่วางแขน

ปล่อย! ชั้นไม่ยอมให้นายทำเรื่องทุเรศๆ นี่ต่อไปแล้ว นานามิตะโกน สายตาเขาเพิ่งเห็นสภาพห้องรอบด้าน ห้องนี้เป็นห้องโถงเปิดโล่ง ด้านขวาเป็นกระจกมองเห็นท้องฟ้าและทะเลยามเย็น ภายในตกแต่งสไตล์อังกฤษ แต่มีเพียงเก้าอี้นอนตัวนี้เพียงต