2006/Feb/23

โปรดทราบ ฟิกชั่นนี้ SPOIL เล่ม 22 (เล่มจบ) ชมรมนักสืบ Q อย่างรุนแรง หากยังไม่อ่านกรุณากดกากบาทที่ด้านขวาโดยเร็ว !!!!!!

.

....

......

........

.........

.............

...................

.............................

............................................

Fiction : ชมรมนักสืบ Q (คิว x ริว)

Case 1: ความผิดในใจ

โปรดทราบ : เรื่องนี้แต่งขึ้นเกิดจากความชอบส่วนตัวของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่องจริงๆ ทั้งสิ้น....

WARNING!!!!!

----------- เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's love ชายรักชาย หากท่านใดไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้กรุณากดกากบาทที่มุมขวาบนแล้วปิดตาไปนะคะ -------------

**** ลิขสิทธิ์ของ Fiction นี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้แต่ง****

ท้าวความเหตุการณ์ >> ต่อจากเล่ม 22 ที่อาจารย์ดันเสียชีวิต

แสงอาทิตย์อันอบอุ่นยามเช้าส่องผ่านช่องว่างของพฤกษาใหญ่มายังร่างที่นั่งกึ่งนอนในชุดเสื้อยืดคอปิดสีดำคลุมด้วยเสื้อแขนยาวสีเทาเข้มเนื้อดีและกางเกงขายาวสีดำ แสงสีอ่อนที่ลอดพุ่มไม้สีเขียวพลิ้วไหวไปด้วยแรงลม ขับใบหน้าเรียวยาวและผมตรงยาวสีม่วงอ่อนให้เป็นประกายเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น แต่ความสดใสนี้ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงกับสีหน้าที่เศร้าสร้อยของหนุ่มน้อยร่างบางที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้สืบทอดองค์กรอาชญากรรมที่มีนามว่า ดาวมฤตยู

แววตาของอามาคุสะ ริว มองทอดยาวไปยังอาคารเรียนที่ท่านปู่ทวดของเขาสร้างขึ้น พลางเหม่อลอยไปถึงอดีตที่เคยมีในตึกเรียนนี้ ทั้งเรื่องของท่านปู่ที่ถูกกักขังอยู่ภายใน รวมทั้งช่วงเวลาที่เขาได้เรียนอยู่ที่นี่ในฐานะนักเรียนของ DDS

ริว เสียงเรียกที่คุ้นเคยของเพื่อนสนิทที่สุดคนแรกในชีวิตของเขาดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากด้านหลัง หนุ่มน้อยผู้เคยร่าเริงอยู่เสมอวันนี้ใส่เสื้อยืดและกางเกงขายาวสีดำเช่นเดียวกัน

คิว วันนี้มาเช้าจังนะ แววตาเรียวยาวหม่นหมองของริวเงยขึ้นสบกับแววตาเศร้าของคิวพอดี

ริวก็เหมือนกันนี่ จากนั้นสายตาทั้งสองคู่ก็มองทอดยาวไปยังอาคารเรียน DDS หรือไงชิคฤหาสน์หลังที่ 7 ของคุซึริว ทาคุมิ ชั่วขณะหนึ่งความเงียบบังเกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงลมยามเช้าเท่านั้น

อาจารย์ดัน เสียงของหนุ่มน้อยรูปงามเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบแต่ก็เงียบไปอีกครั้ง ทั้งสองมือของผู้พูดกำแน่น แววตาสีม่วงอ่อนมีประกายหม่นหมองลงไปอีก

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทุกอย่างจะเร็วขนาดนี้ เมื่ออาทิตย์ก่อน....พวกเรายังคุยกับอาจารย์อยู่เลย แต่ตอนนี้อาจารย์.... เสียงที่สั่นเครือของคิวหายไปในลำคอ บุตรชายของอดีตผู้ช่วยคนสนิทของอาจารย์ดัน หยาดน้ำใสเริ่มเอ่อล้นนัยน์ตาที่เคยสดใสอยู่เสมอ

งานศพเมื่อวานนี้เหมือนความฝัน ... เอ... หรือว่าตอนนี้ชั้นกำลังฝันอยู่กันแน่นะ แววตาของริวยังคงเหม่อลอยต่อไป ก่อนแววตาจะมีประกายขึ้นวูบหนึ่งเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

ชั้นดีใจนะคิว ที่อย่างน้อยก็ได้พบกับนายในเช้าวันนี้ เสียงพูดแผ่วเบาจากหนุ่มน้อยอัจฉริยะที่มีได้รับการดูแลจากคิงฮาเดสมานาน แต่สายตากลับมุ่งมั่น

ริว นายพูดอะไรน่ะ ฟังดูแปลกๆ นะ สีหน้าของเร็นโจ คิว เปลี่ยนทันที เพราะเขาคาดเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ หลังการจากไปของอาจารย์ดัน DDSประกาศหยุดเรียนตลอด 1 อาทิตย์เพราะเป็นช่วงของการจัดงานศพ Q Classของพวกเขาแทบไม่ได้พูดคุยกันเลย เมงุกับคาซึมะ ก็ร้องไห้อย่างหนัก ในขณะที่คินตะกับริวรวมทั้งตัวเขาเองเป็นฝ่ายที่ไม่พูดอะไรเลย นอกจากช่วยเหลือคณาจารย์จัดงานศพขึ้นอย่างเงียบๆ ความรู้สึกผิดในใจของริวเป็นสิ่งที่คิวคาดเดาได้ ถึงแม้การเสียชีวิตของอาจารย์ดันจะไม่ได้เกิดจากคิงฮาเดสโดยตรง แต่ก็พูดได้ว่าเป็นผลมาจากการต่อสู้ในครั้งนั้น

นายรู้ดีอยู่แล้วคิว และถูกตามที่นายคิด ชั้นคิดจะไปจากที่นี่ ไปจากDDS เสียงบ่งบอกถึงการตัดสินใจที่แน่ชัด แต่ใบหน้าเรียวยาวเบือนหน้าไปอีกทางหนึ่งเพื่อไม่ให้เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็น

ริว! ครั้งนี้เสียงของหนุ่มน้อยนักสืบเปลี่ยนเป็นตะโกน เขานั่งลงจ้องไปที่ใบหน้าเรียวที่บัดนี้พยายามจะหนี แต่มือสองข้างของคิวจับไหล่ของเขาไว้แน่น พร้อมผลักหลังของเขาให้พิงกับโคนต้นไม้ใหญ่ที่เขาพิงอยู่เมื่อครู่แล้วกับประสานสายตาแน่วแน่

ไม่ใช่ความผิดของนาย ชั้นรู้ว่านายกำลังสับสน แต่อย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบในการตัดสินใจสิ ริว ร่างบางพยายามดิ้นแต่เพราะขาของคิวทับบริเวณท้องของเขาอยู่จึงขยับได้ไม่ถนัดนัก

นายไม่เข้าใจหรอกคิว นายไม่เข้าใจว่าชั้นรู้สึกยังไง อาจารย์ดันตายเพราะท่านปู่คนที่เลี้ยงชั้นมา สักวันหนึ่งความคิดที่ถูกปลูกฝังในฐานะผู้สืบทอดของดาวมฤตยู อาจทำให้ชั้นกลายเป็นฆาตกรไปจริงๆ ก็ได้ เมื่อถึงตอนนั้น ชั้นอาจจะฆ่านายก็ได้ ดังนั้นชั้นจึงจำเป็นต้องไป ชั้นไม่ควรอยู่ที่นี่ปล่อยชั้นได้แล้วคิว ริวพยายามดิ้นเพื่อให้หลุด แต่เนื่องจากพื้นดินบริเวณนั้นเปียกเพราะน้ำค้างทำให้เท้าของเขาลื่น จึงกลับกลายเป็นว่าร่างบางต้องมานอนอยู่เบื้องล่างโดยมีคิวอยู่ด้านบน ความพยายามที่จะหนีของเขาจึงต้องจบลง

นายจะไม่มีวันเป็นเช่นนั้นริว นายจำคดีที่เซริวคังไม่ได้เหรอ ตอนนั้นนายก็ตัดสินใจได้แล้วนี่ ว่าเลือกจะอยู่เคียงข้าง DDS อยู่เคียงข้างอาจารย์ดัน คิวพยายามพูดเพื่อเตือนสติอีกฝ่ายด้วยความคาดหวังว่าน่าจะเปลี่ยนใจเพื่อนรักของเขาได้

แต่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้นะคิว สักวันหนึ่งใครจะรู้ ริวเปรยสั้นๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น แต่หนุ่มน้อยที่นั่งทับร่างของเขาอยู่ยังคงกล่าวต่อไปอย่างไม่ลดละ

ถ้าหากว่าริวจะเปลี่ยนเป็นฆาตกรใจโหดไปจริงๆ ล่ะก็ ชั้นนี่แหละที่จะเป็นคนหยุดนายเอง หรือถ้าริวต้องการจะฆ่าใคร ขอให้มาฆ่าชั้นเป็นคนแรก และชั้นก็จะไม่โกรธริวเลยแม้แต่น้อย คิวเอ่ยอย่างมุ่งมั่น

พอเถอะคิว ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะไปอาศัยอยู่ในที่เงียบสงบสักแห่งหนึ่งกับพ่อ อาจจะเป็นต่างประเทศก็ได้ แล้วสักวันหนึ่ง หากมีโอกาสเราคงจะได้พบกันคิว ผู้สืบสายเลือดตระกูลอามาคุสะตอบกลับไปอย่างมุ่งมั่นเช่นเดียวกัน

ริว! ชั้นเชื่อในตัวนายนะ นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ นับตั้งแต่วันที่เราสัญญาร่วมกัน ที่บอกว่าเราจะไม่โกหกต่อกัน แต่ตอนนี้นายกำลังจะผิดสัญญานะริว มือที่กดไหล่เขาไว้กดแน่นขึ้นอีก

ชั้นผิดสัญญาตรงไหน? ริวย้อนถามด้วยความสงสัย

นายผิดสัญญาต่อชั้น เพราะนายโกหก โกหกต่อตัวนายเองและโกหกต่อชั้น จริงๆ นายอยากอยู่ที่นี่ต่อไป ทุกคนที่นี่ก็ต้องการนาย และที่สำคัญ ชั้นต้องการให้นายอยู่ด้วยกันนะริวหยาดน้ำใสไหลออกจากดวงตากลมสีดำลงบนใบหน้าเรียว คำพูดเหล่านี้แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูจิตใจของอามาคุสะ ริว คำพูดจากเพื่อนที่เขารักที่สุด คำพูดจากเพื่อนสนิทคนแรกในชีวิต คำพูดของผู้ที่เชื่อในตัวเขาแม้คนอื่นจะคลางแคลงในตัวเขา

นายจะยอมเชื่อชั้นอีกครั้งจริงๆ เหรอคิว ยอมเชื่อลูกหลานของคนที่ฆ่าพ่อของนาย และคนที่ฆ่าอาจารย์ที่นายและพ่อของนายเคารพรักจริงๆ เหรอ แววตาสีม่วงอ่อนเต็มไปด้วยความสงสัยที่ปะปนอยู่กับความหวาดกลัวในคำตอบของอีกฝ่าย

ใช่ และตลอดไป คิวยืนยันหนักแน่น

คิว เสียงที่เริ่มสั่นเครือของผู้ที่อยู่เบื้องล่างบีบคั้นเข้าไปในความรู้สึกของเขาทั้งสอง

อย่าพูดว่าจะไปอีกนะ ขอร้องได้ไหมริว คิวกล่าวด้วยน้ำเสียงติดขัด หยาดน้ำใสนองหน้าก่อนที่จะกอดร่างบางที่ตนทับไว้กระชับแน่น ความเงียบระหว่างพวกเขาทั้งสองเกิดขึ้นอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นจากร่างที่ทับอยู่เบื้องบน และหยาดน้ำใสที่เอ่อล้นออกมาอย่างไม่ขาดสายของผู้ที่อยู่นอนอยู่ด้านล่าง จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของริวก็เอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ

ตกลง แต่ตอนนี้คิว นายต้องลุกขึ้นก่อน คำพูดนี้เตือนสติของหนุ่มน้อยนักสืบอย่างคิว ทำให้เจ้าตัวลุกขึ้นอย่างรีบร้อน พลางขอโทษอย่างระล่ำระลักแล้วปาดน้ำตาที่นองไปทั้งหน้าของตนเอง แต่ริวกลับเอื้อมมือมาจับมือทั้งสองข้างของคิวไว้มั่นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ

ขอบคุณนะคิวสำหรับความเชื่อมั่นที่นายมีให้ ถ้าหากว่าสักวันหนึ่งชั้นเปลี่ยนไป ชั้นจะฆ่าตัวเองก่อนที่จะทำร้ายนาย ขอให้เชื่อในคำสัญญานี้น้ำเสียงมุ่งมั่นพูดอย่างช้าและชัดด้วยสีหน้าจริงจังของริวที่อาจทำให้ผู้ได้ฟังถึงกับนิ่งเงียบ แต่คิวกลับตอบกลับอย่างรวดเร็วราวกับว่าคำตอบนี้อยู่ในความคิดของเขาอยู่แล้ว

แต่ชั้นจะไม่มีวันปล่อยให้นายเป็นแบบนั้นเด็ดขาด สองสายตาสบกันนิ่ง ก่อนที่เสียงนาฬิกาประจำโรงเรียนบอกเวลา 7 โมงเช้าจะดังขึ้นเรียกสติของทั้งสองกลับมายังสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

ไปเถอะริว เดี๋ยวพวกเมงุ คินตะกับคาซึมะก็จะมาแล้ว ว่าแล้วก็จูงมือเพื่อนคนสำคัญของเขาเดินไปยังอาคารเรียน DDS สถานที่ที่พวกเขาจะใช้ชีวิตต่อไปในฐานะ Q class ที่อาจารย์ดันสร้างพวกเขาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สิ่งสุดท้ายก่อนลาจากที่แห่งนี้ไป

สายลมพัดไหวใต้ร่มพฤกษาบริเวณใกล้กับที่เด็กทั้งสองนั่งอยู่เมื่อสักครู่ แสงแดดที่สาดส่องลอดพุ่มไม้มายังร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำ ดวงตาสีมรกตที่ส่องประกายเยือกเย็นมองตามร่างของสองเด็กน้อย รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบไม้ก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆ

ปรินซ์ริว ผมเองก็ต้องการพิสูจน์คำพูดของท่านเหมือนกันว่าจะจริงจังแค่ไหน อย่าลืมกุหลาบสีดำที่ผมเคยให้ไว้ สักวันผมจะกลับมาถามความหมายของมันกับท่านอีกครั้ง

พลันก้อนเมฆบนท้องฟ้าบดบังแสงแดดไปวูบหนึ่งก่อนที่สายลมจะพัดให้ล่องลอยไป แสงอาทิตย์สาดส่องมายังบริเวณนั้นอีกครา แต่ร่างของบุรุษในชุดสูทสีดำเมื่อครู่หายไปราวกับจะล่องลอยไปพร้อมกับเมฆก้อนนั้นเสียแล้ว...


END OR TBC....