2005/Sep/02

หลังจากเล็งมานาน เอ.... นิยาย Y จะเอาลง exteen ได้หรือเปล่าหว่า.... เอ.... ไม่ๆๆๆ นี่ไม่บอร์ดเปิดนี่นา ไม่ควรๆ แต่หลังจากได้แวะเวียนเที่ยวหาหลาย blog ........ เอ..... น่าจะเป็นไปได้ หุหุ.... ^^ ประจวบกับเสียงสนับสนุนจากโรจังทำให้ไฟในการเขียนนิยายลุกพรึ่บพรับ.... วันนี้เลยขอประเดิม post นิยายเลยนะคะ.... หลายท่านที่เคยอ่านตอนก่อนหน้าแล้วกรุณารออีกสักระยะ ตอนอื่นๆ กำลังจะตามมาค่ะ ^^

***********นิยายนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Yaoi/Boy's loveเราเตือนท่านแล้ว !!! *********

********** สำหรับเรื่องลิขสิทธิ์คงไม่ต้องบอกกันอีก นอกจากคำขอร้องว่าเคารพสิทธิของผู้เขียนกันด้วยนะคะ *********

Capella ตอนที่ 1

สุริยะอัสดงทอแสงสีแดงอมส้มจากท้องนภาทางปัจฉิมทิศเปลี่ยนผืนปฐพีและผืนพนาของดินแดนทางตอนเหนืออย่างพรีเทียให้กลายเป็นสีราวทับทิมน้ำงาม ท่ามกลางบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ของเหล่าสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่ เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งที่ย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตริมธารน้ำตกที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตในผืนป่าทำให้พวกมันต้องพากันหลีกหนีไปซุ่มตามพุ่มไม้ต่างๆ หรือบางตัวที่ขลาดกลัวต่างก็วิ่งหนีออกไปไกล ก่อนที่ร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์ 8 คนจะลอดผ่านซุ้มเถาวัลย์เข้ามายังริมธารน้ำอันเป็นเป้าหมาย แต่ละคนมีรูปร่างสูงใหญ่ราวกับนักรบและแต่งกายมิดชิดด้วยผ้าคลุมสีน้ำตาลรวมถึงผ้าโพกศีรษะเปิดให้เห็นเพียงแววตาที่ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่หมายเหยื่อ

พวกเขาสำรวจชัยภูมิโดยรอบเมื่อเห็นว่าเป็นที่พอใจจึงวางสัมภาระที่มีลักษณะเหมือนถุงย่ามขนาดใหญ่ลงกับพื้นแล้วจัดการพื้นที่บริเวณนั้นเพื่อให้กลายเป็นที่พักแรมชั่วคราวในราตรีนี้ การจัดเตรียมนั้นไร้การกล่าววาจาใดๆ เพราะแต่ละฝ่ายต่างรู้หน้าที่ของตนดีอยู่แล้ว ไม่นานนักกองไฟขนาดย่อมก็ถูกก่อขึ้นบนพื้นที่ริมฝั่งธารน้ำซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปแล้วปลานานาชนิด เหนือกองไฟนั้นบุรุษหนุ่มร่างสูงแววเนตรสีมรกตเข้มล้ำลึกนำปลาขนาดใหญ่ผูกเข้ากับราวไม้สามง่ามพอดีจำนวนคนเพื่อเตรียมอาหารมื้อเย็น เนื้อปลาที่ถูกเปลวไฟลามเลียค่อยๆ ส่งกลิ่นยั่วยวนความต้องการของกระเพาะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับนัดหมายบุรุษทั้งแปดต่างมานั่งล้อมรอบกองไฟไว้พอดีกับที่จันทราเริ่มส่องแสงสีเหลืองนวลจากขอบฟ้าทางด้านบูรพทิศ ชายดวงตาสีมรกตเมื่อครู่ยื่นปลาที่สุกดีแล้วไปให้กับบุรุษผู้มีเนตรสีไพลินเข้มที่นั่งด้านขวาของตน เมื่อบุรุษผู้นั้นรับปลาจากมือของอีกฝ่ายไปแล้วก็พยักหน้าเพียงเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ ก่อนจะถอดผ้าโพกศีรษะออกเผยให้เห็นใบหน้าคมสันได้รูป ผิวสีน้ำตาลแดงจากการกรำแดดมานาน เนตรสี ไพลินเข้มส่อแววแข็งกร้าวและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน เกศาสีดำราวกับนิลกาฬยาวถึงกลางหลังหลุดลง บุรุษหนุ่มจึงใช้เชือกมัดไว้หลวมๆ แล้วเริ่มทานปลาหอมกรุ่นที่อยู่ในมือ ทั้งเจ็ดบุรุษที่เหลือเห็นเช่นนั้นจึงถอดผ้าโพกศีรษะของตนออกเช่นกัน แล้วหยิบปลาที่อยู่ตรงหน้าทานอย่างเอร็ดอร่อย

แต่ก่อนที่การสนทนาระหว่างบุรุษทั้งแปดจะเริ่มขึ้น เสียงร้องอย่างตกใจก็ดังขึ้นจากชายที่นั่งตรงข้ามบุรุษตาสีน้ำเงินเข้มทำให้ทุกคนหยุดมืออย่างกระทันหัน ดาบที่คาดเอวไว้ไม่ห่างกายถูกชักออกจากฝักของบุรุษที่เหลือส่องประกายแปลบปลาบกับกองไฟ พลันผมสีน้ำตาลยาวของชายที่ร้องตะโกนเมื่อสักครู่ก็เกิดเปลวไฟลุกขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ด้วยความตกใจบุรุษผู้นั้นรีบวิ่งไปที่ธารน้ำและโถมกายลงไปกับสายน้ำเพื่อดับไฟ แต่ไม่ว่าทำอย่างไรไฟนั้นก็ไม่ยอมดับ ท่ามกลางความประหลาดใจนั้น บุรุษตาสีไพลินเข้มคว้าดุ้นฟืนติดไฟตามไปพร้อมกับชายทั้งหก ภาพที่ทั้งหมดประจักษ์แก่สายตา เว้นแต่บุรุษที่พยายามดำผุดดำว่ายเพื่อดับไฟกับผืนน้ำนั้นก็คือ สัตว์ชนิดหนึ่ง มีลำตัวคล้ายมังกรแต่เล็กกว่า มีเขาสีเงินเหมือนยูนิคอร์น ปีกสีทองบางใสลำตัวมีสีแดงเหมือนไฟเช่นเดียวกับไฟที่พ่นออกจากปากของมันอยู่ตลอดเวลาและคอยบินวนเวียนอยู่รอบชายหนุ่มคนนั้น

ระหว่างการตกตะลึงของบุรุษทั้งหกคนที่เหลือ บุรุษตาสีไพลินเข้มวางดุ้นฟืนพร้อมปักดาบลงกับพื้นแล้วพูดอะไรบางอย่าง ทันทีที่กล่าวจบร่างของสัตว์ประหลาดนั้นก็พุ่งเข้ามายังมือของเขาอย่างง่ายดายและไฟที่ลุกอยู่บนผมของชายหนุ่มที่อยู่ในน้ำก็ดับลงเช่นกัน เสียงร้องแสดงความชื่นชมในฝีมือเกิดขึ้นทันที พอขึ้นจากน้ำผมของชายผู้นั้นเหลืออยู่เพียงแค่โคนผมที่ยังดูดีอยู่ ส่วนอื่นนั้นงอด้วยพลังของพระเพลิง ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างเสียอารมณ์ก่อนจะใช้ดาบของตนที่ตกอยู่ข้างพื้นตัดส่วนที่หงิกงอนั้นออกท่ามกลางเสียงหัวเราะร่าของเพื่อนที่อยู่ข้างกาย ในมือของบุรุษเนตรสีไพลินเข้ม บัดนี้ร่างของสัตว์ประหลาดตัวนั้นแข็งนิ่งราวกับหิน ชายหนุ่มพยายามสำรวจเพื่อดูว่าเป็นสัตว์ชนิดใด แล้วเสียงนุ่มกังวานปนโทสะเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่โผล่ออกมาจากกลุ่มไม้พุ่มหนาแน่นทางด้านหลังของแปดบุรุษ

หยุดนะ ปล่อยรูสเดี๋ยวนี้ ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ทั้งแปดหันไปมองอาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญพร้อมกัน เมื่อร่างนั้นเข้ามาใกล้กองไฟ สายตาทั้งแปดคู่ที่จ้องอยู่ก็ได้เห็นรูปร่างถนัดชัดเจนขึ้น ร่างผอมบางในชุดคลุมยาวสีขาวแบบนักพรต ใบหน้าขาวนวลดูเด่นท่ามกลางความมืดและแสงจากเปลวไฟทำให้เห็นเนตรสีส้มอ่อนราวกับรุ่งอรุณและเกศายาวสีเขียวใส

ทำไมข้าต้องปล่อยในเมื่อเจ้าตัวเล็กนี่เพิ่งทำร้ายคนของข้าไป บุรุษตาสีไพลินเข้มออกจะติดใจในใบหน้าของอาคันตุกะผู้นี้ยิ่งนัก วงหน้าที่งามเช่นนี้ใช่ว่าจะหาได้จากสตรีทั่วไป

ข้าไม่สน แต่เจ้าต้องคลายสะกดรูสเดี๋ยวนี้ เสียงอ่อนนุ่มเริ่มเพิ่มความแข็งขึ้น โทสะเริ่มร้อนขึ้นตามลำดับเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะคืนให้ ชายหนุ่มอีกเจ็ดคนที่เหลือพยายามจะเอ่ยอะไรออกมา แต่ถูกบุรุษผู้นั้นยกมือเป็นเชิงห้ามเอาไว้ก่อน ทั้งหมดจึงยืนนิ่งเฉย

ไม่จำเป็นที่ข้าต้องทำตามเจ้านี่ ว่าแต่เจ้าเป็นอะไรกับเจ้าตัวเล็กนี่ ชายหนุ่มถามอย่างใจเย็น พร้อมกับมองร่างของสัตว์ประหลาดที่อาคันตุกะผู้นี้เรียกว่ารูส

รูสเป็นสัตว์เวทย์ของข้า และข้าต้องการนำมันกลับไป พอใจหรือยัง ท่าทีของร่างบางเริ่มแข็งกร้าวขึ้นอีก และแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ทางด้านชายหนุ่มเมื่อได้ฟังก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก

สัตว์เวทย์รึ....จริงสิ....ข้าเกือบลืมไป พรีเทียเป็นดินแดนที่ใช้สัตว์เวทย์เพียงดินแดนเดียวเท่านั้น แตกต่างจากดินแดนทางตอนกลางอย่างคาเซีย และทางตอนใต้อย่างลาเดียที่ใช้เวทย์ได้เอง จากนั้นจึงคลายสะกดให้กับสัตว์เวทย์ตัวน้อยที่อยู่ในมือแล้วส่งคืนให้กับผู้เป็นนายที่รับคืนมากอดไว้ในอ้อมแขน โดยไม่มีวาจาขอบคุณแม้แต่คำเดียว

พวกเจ้ามีอาชีพอะไร และที่แน่ๆ จากการแต่งกายเจ้าไม่ใช่ชาวพรีเทีย เสียงที่ถามจากร่างบางนั้นเย็นชายิ่งนัก

พวกข้าเป็นวาณิชมาจากคาเซีย และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ข้าจะมาค้าขายที่พรีเทีย บุรุษหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก

วาณิชงั้นรึ น้ำเสียงของร่างบางที่บัดนี้อุ้มสัตว์เวทย์ของตนไว้ในมือบอกแววเยาะหยัน

ใช่ มีปัญหาอะไรงั้นหรือ แม่หญิง

ถ้ายังไงข้าก็คิดว่า พวกเจ้าไม่สมควรเป็นวาณิชอย่างที่สุด เพราะมีตาหามีแววไม่ เปลี่ยนอาชีพเสียคงดีกว่า คำพูดเยาะเย้ยอย่างรุนแรงเปลี่ยนสายตาของบุรุษหนุ่มให้แข็งกร้าวขึ้นแวบหนึ่งแต่ก็หายไป

ทำไมล่ะ แม่หญิง ข้าทำสิ่งใดผิดบกพร่องหรือ แม่หญิงจึงว่าข้า... ยังไม่ทันกล่าวจบ ฝ่ายร่างบางก็เดินออกไปยังด้านลำธาร ชายหนุ่มจึงเดินตามไปแล้วฉุดมือเอาไว้ ทำให้ล้มลงไปในลำธารทั้งคู่ โดยบุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่เป็นฝ่ายทับร่างบางไว้ ส่วนเจ้ารูส สัตว์เวทย์แสนซนนั้นพอจะสัมผัสกับน้ำก็รีบกระโดดออกมาจากมือแล้วบินอยู่รอบๆ พลางพ่นไฟแบบที่ทำเมื่อสักครู่

ข้าขอโทษแม่หญิง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาภายใต้แสงไฟที่เล็กน้อยจากรูส นั่นคือ ชุดสีขาวของนักพรตเมื่อเปียกน้ำก็เผยให้เห็นถึงเนื้อนวลที่ซ่อนอยู่ภายใน ความตกตะลึงยังไม่ได้มีเพียงเท่านั้นแต่อยู่ที่รูปร่างที่แท้จริงของอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญผู้นี้ แสดงได้ชัดว่าเขาหาเป็นอิสตรีไม่ สายตาแปดคู่ที่จ้องตรงไปยังร่างนั้นทำให้ร่างบางถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

เท่านี้เห็นหรือยังล่ะ ที่ข้าว่ามีตาหามีแววไม่ เจ้าไม่ควรเป็นวาณิชจริงๆ กล่าวจบก็ผิวปากเรียกเจ้าสัตว์เวทย์ตัวจ้อยให้มาเกาะที่ไหล่อีกครั้ง

ข้าต้องขอโทษด้วย หนุ่มน้อย ข้าเข้าใจผิดไปคงต้องมองว่าตาของข้ามองพลาดไปจริงๆ แต่ถึงอย่างไรผิวและใบหน้ารวมถึงรูปร่างของเจ้าก็ถือว่างามเป็นยอดเหนืออิสตรีหลายนางที่ข้าเคยเห็นมา แววเนตรสีน้ำเงินวาววาบอย่างมีอารมณ์ขันที่มีชัยเหนืออีกฝ่าย แต่เนตรสีส้มอ่อนกลับเต็มไปด้วยโทสะ

เอาเถอะ ข้าไปล่ะ วาณิชผู้มีตาไร้แววและเพื่อนร่วมคณะอีกเจ็ดที่เปรียบเสมือนใบ้บื้อไม่เอ่ยอะไรเลยแม้แต่คำเดียว หวังว่าเจ้าคงโชคดี คำพูดแกมประชดจากร่างบางนั้นก่อนจะเดินจากไปเสียดแทงจิตใจของผู้รับฟังยิ่งนัก

เจ้าคนสามหาว!!! ความอดทนที่ขาดลงเกิดขึ้นกับชายผู้มีดวงตาสีมรกตก่อนใครเพื่อน ก่อนจะปามีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมเข้าหาร่างที่เดินจากไปทันที

หยุด!!! เสียงห้ามดังขึ้น พร้อมๆ กับมีดสั้นที่ตกลงสู่พื้นข้างกายของบุรุษผู้สะกดสัตว์เวทย์เมื่อครู่

แต่... ชายหนุ่มผู้ปามีดสั้นพยายามเถียง

พอเถอะ...ยาลาส ไม่มีประโยชน์อันใดที่เจ้าจะทำเช่นนั้น

แต่เดเลียส เจ้าหนุ่มน้อยนี่มัน ชายหนุ่มตาสีมรกตพยายามเถียงอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยนามของอีกฝ่าย

ข้าบอกว่าหยุดก็หยุดเถอะ บุรุษร่างสูงใหญ่ภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลซึ่งบัดนี้เปียกโชกไปด้วยน้ำกล่าวปรามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกทรงอำนาจอีกครั้ง ทำให้อีกฝ่ายยอมนิ่งและถอยกลับไป

เชื่อฟังกันดีนี่ พวกเจ้าเป็นวาณิชจริงหรือ ข้าว่าเหมือนทหารที่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชามากกว่า น้ำเสียงถามอย่างรู้ทันจากอาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญอีกครั้ง

ถ้าคิดจะถามอะไรผู้อื่นจงบอกนามของเจ้ามาก่อนสิ เจ้าเป็นใครและมาอยู่ทำไมกลางป่านี่ผู้เดียว บุรุษหนุ่มนามเดเลียสเอ่ยถาม

ข้าจำเป็นต้องตอบคำถามเจ้า? ถามด้วยน้ำเสียงถือดีอีกครั้ง

ถูกต้อง เพราะมันถือเป็นมารยาทที่ดี หรือว่าเจ้าจะบอกว่าเจ้าไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนเลยไม่มีมารยาท ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่ถือ การตอบกลับที่แสบร้อนกว่าของเดเลียสทำให้ใบหน้าของหนุ่มร่างบางเจือไปด้วยสีเลือดจากแรงโทสะ เดินเข้ามาประชิดอีกฝ่ายอย่างไม่หวั่นต่อผ้าสีขาวที่เปียกแนบเนื้อเผยให้เห็นทั้งร่าง

ได้สิ...ข้าชื่อ คาเพล เป็นชาวพรีเทีย ตอนนี้มาศึกษาวิชากับอาจารย์ในป่า แล้วเจ้าล่ะ เสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่แทบควบคุมไม่อยู่ ทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาด้วยความขันเล็กน้อยที่หลอกล่ออีกฝ่ายสำเร็จ

นามของข้าก็อย่างที่ลูกน้องของข้าเอ่ยไปเมื่อกี้ ข้าชื่อ เดเลียส เป็นวาณิชมาจากคาเซีย ส่วนคนที่เหลือนี้คือลูกน้องของข้าทั้งสิ้น และคนที่ขว้างมีดสั้นใส่เจ้าเมื่อกี้คือยาลาส ลูกน้องคนสนิทของข้า ชายหนุ่มอธิบายยาวยืด

แต่ข้าคิดว่าพวกเจ้าเป็นกองทหารซะอีก เห็นปฏิบัติตามคำสั่งกันอย่างเคร่งครัดออกปานนั้น คาเพลยิ้มอย่างมีเลศนัย

นั่นก็แล้วแต่เจ้าจะคิด ว่าแต่เจ้าพักอยู่ที่ไหนล่ะ

ไม่ไกลจากที่นี่นักหรอก ข้าไปก่อนล่ะ พอกล่าวจบ ก็ปรากฎว่ามีเสียงธนูแหวกอากาศพุ่งเข้ามาหาเดเลียสอย่างประหัตประหาร แต่ด้วยความเชี่ยวชาญและรวดเร็วและปัดคมธนูออกไปด้วยมีดสั้นที่ซ่อนไว้ เสียงธนูที่ตกลงสู่พื้นทำให้คาเพลหันกลับมาอย่างรวดเร็ว

อย่านะ มาเทส เสียงร้องห้ามของคาเพลดังขึ้น ร่างของชายหนุ่มที่มีรูปร่างล่ำสันสูงใหญ่ไม่ต่างจากบุรุษทั้งแปดก็ออกมาจากหลังพุ่มไม้ซึ่งถือเป็นที่อำพรางโดยธรรมชาติชั้นเยี่ยม ในมือถือคันธนูสีเงินอยู่แน่น แล้วคันธนูนั้นก็ค่อย ๆ กลายร่างเป็นม้ายูนิคอร์นสีเงินบินวนอยู่รอบตัว เข้ามายืนขวางหน้าคาเพลไว้

นี่เป็นบทเรียนของผู้ที่ดูถูกท่าน เสียงที่ลอดผ่านออกมาโดยเหมือนขบฟันเอาไว้อย่างไม่สบอารมณ์ที่ไม่สามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้

เจ้าเป็นใคร เดเลียสถามด้วยน้ำเสียงเย็นเรียบ แต่แววตาสีไพลินเข้มเท่านั้นที่แสดงออกให้เห็นถึงความโกรธที่อยู่ภายใน แต่ฝ่ายถูกถามกลับแสยะยิ้มแล้วเอ่ยว่า

ก่อนจะถามถึงข้า เป็นห่วงคนสนิทของเจ้าก่อนเถอะ หันกลับไปดูสิ ทันทีที่เดเลียสหันไปยังคนสนิทของเขาซึ่งอยู่ด้านหลังก็พบว่า ยาลาสล้มลงไปเสียแล้วธนูสีเงินปักเข้าที่ไหล่ซ้ายของเข้าอย่างถนัดถนี่ โลหิตสีดำขุ่นคลั่กไหลออกมาจากบาดแผล สีหน้าของชายหนุ่มซีดลงเรื่อยๆ บุรุษที่เหลือพากันเข้ามารุมล้อมร่างของยาลาสไว้ ในขณะที่อีก 2 คนกราดเข้าหาผู้ปองร้ายเพื่อนของตน แต่ก็ต้องเผชิญกับฝีมือดาบที่เก่งกาจของมาเทสที่เปลี่ยนยูนิคอร์นให้กลายเป็นดาบสีเงิน ต่างฝ่ายต่างเข้าโรมรันกัน ด้านเดเลียสก็ร่ายเวทย์เพื่อรักษาคนสนิทของตน แต่พิษนั้นร้ายแรงเกินไปร่างของยาลาสเย็นลงเรื่อย ๆ มรณะเข้ามาใกล้เขาเพียงแค่เอื้อม

---------------------------------------------------------


edit @ 2005/09/02 16:47:47
edit @ 2005/09/02 17:12:02

Comment

Comment:

Tweet


พี่ค่ะ ขอเป็นภาพได้ไหมค่ะ อ่านเเล้วตาลายมากเลยค่ะ เเต่ก็ขอบคุนนะค่ะ( /\ )รักพี่มากเลยค่ะ*-*
#8 by นัส (58.147.70.184) At 2007-02-24 18:59,
ขอบคุณคะ คุณ air ^^ จะพยายามต่อไปคะ
#7 by Arthy At 2006-04-09 22:37,
อัพเร็วๆนะเราอยากอ่านต่อ

" จาเปงกำลังจายให้ "
#6 by air (202.149.106.155) At 2006-04-09 11:46,
ไม่ดองค่า คุณน้องขา แต่ขังลืมเลยอะจ๊ะ....เหอๆๆๆ
#5 by Arthy At 2005-09-03 01:14,
โห..พี่ตี้เตรียมดองเรื่องใหม่อีกแล้นน
ออริคะพี่ท่าน..... ขอบพระคุณสำหรับเม้นท์ค่า......
#3 by Arthy At 2005-09-02 17:06,
นิยาย ออริ หรือ ฟิค จ้ะเนี่ย เนื้อเรื่องน่าสนใจดีจัง แต่ใช้คำว่า 'เนตร' เปลืองมากเลย
#2 by พู่ไหม At 2005-09-02 17:02,
#1 by mondaytakeshi At 2005-09-02 16:48,

Free chat widget @ ShoutMix